คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ นางสาวอ. โจทก์
ที่ 63/๒๕๖8 นายน. จำเลย
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ประกอบอาชีพรับจ้างผลิตเฟอร์นิเจอร์ จำเลยว่าจ้างโจทก์ผลิตเฟอร์นิเจอร์จำนวน ๑๐๑ ชิ้น ตกลงค่าจ้าง ๒,๗๐๐,๐๐๐ บาท ต่อมาโจทก์และจำเลยตกลงลดจำนวนเฟอร์นิเจอร์เหลือ ๖๑ ชิ้น โจทก์ผลิตเฟอร์นิเจอร์แล้วเสร็จส่งมอบให้แก่จำเลยแล้วแต่จำเลยผิดนัดชำระค่าจ้าง โจทก์ทวงถามแล้วแต่จำเลยเพิกเฉย ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์
ศาลแพ่งตลิ่งชันส่งคดีให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า เป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่
พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ โจทก์อ้างตามคำฟ้องว่าโจทก์ประกอบอาชีพรับจ้างผลิตเฟอร์นิเจอร์และรับจ้างจำเลยผลิตเฟอร์นิเจอร์โดยเรียกค่าจ้างเป็นค่าตอบแทนตามทางการค้าปกติของตน โจทก์จึงอยู่ในฐานะผู้ให้บริการและเป็นผู้ประกอบธุรกิจตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติ คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ ส่วนจำเลยซึ่งเป็นผู้ว่าจ้างนั้นเป็นบุคคลธรรมดาและว่าจ้างโจทก์ผลิตเฟอร์นิเจอร์ไปติดตั้งที่บ้านพักอาศัยของจำเลย ไม่ปรากฏว่าจำเลยแสวงประโยชน์โดยตรงทางธุรกิจอีกต่อหนึ่ง จำเลยจึงอยู่ในฐานะเป็นผู้รับบริการและเป็นผู้บริโภคตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยในมูลสัญญาจ้างทำของ จึงเป็นคดีผู้บริโภคตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑มาตรา ๓ (๑)
วินิจฉัยว่า เป็นคดีผู้บริโภค
(นายอดิศักดิ์ ตันติวงศ์)
ประธานแผนกคดีภาษีอากรในศาลฎีกา
ช่วยทำงานชั่วคราวในตำแหน่งประธานศาลอุทธรณ์