คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ นาย ฉ โจทก์
ที่ ๖๓๙/๒๕๖๘ นางสาว ศ ที่ ๑ กับพวกรวม ๒ คน จำเลย
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองทำสัญญาว่าจ้างโจทก์ก่อสร้างอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก ๒ ชั้น เพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัย ตกลงค่าจ้าง ๘,๕๐๐,๐๐๐ บาท แบ่งชำระค่าจ้างตามงวดงานเป็น ๑๒ งวด โจทก์ทำงานที่รับจ้างงวดที่ ๑๐ แล้วเสร็จ และได้รับค่าจ้างถึงงวดที่ ๑๐ ครบถ้วนแล้ว แต่ระหว่างโจทก์ทำงานที่รับจ้างงวดที่ ๑๑ และที่ ๑๒ จำเลยทั้งสองกระทำผิดสัญญาโดยนำผู้รับเหมารายอื่นเข้ามาในพื้นที่ก่อสร้างเพื่อประเมินราคาและแก้ไขงานก่อสร้างโดยพลการและไม่ให้โจทก์เข้าปฏิบัติงานในพื้นที่ก่อสร้างอีก จำเลยทั้งสองยังคงค้างชำระค่าจ้าง ๑๙๒,๑๖๘ บาท โจทก์ทวงถามและบอกเลิกสัญญาแล้วแต่จำเลยทั้งสองเพิกเฉย ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองชำระค่าจ้างค้างชำระพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์
จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า เป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่
พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ โจทก์อ้างตามคำฟ้องว่า โจทก์รับจ้างจำเลยทั้งสองก่อสร้างอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก ๒ ชั้น โดยเรียกค่าจ้างเป็นค่าตอบแทนตามทางการค้าปกติของตน โจทก์จึงอยู่ในฐานะผู้ให้บริการและเป็นผู้ประกอบธุรกิจตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ ส่วนจำเลยทั้งสองซึ่งเป็นผู้ว่าจ้างเป็นบุคคลธรรมดาและงานที่ว่าจ้างเป็นที่อยู่อาศัย ไม่ปรากฏว่าจำเลยทั้งสองแสวงประโยชน์โดยตรงทางธุรกิจจากงานที่ว่าจ้างอีกต่อหนึ่ง จำเลยทั้งสองจึงอยู่ในฐานะผู้รับบริการและเป็นผู้บริโภคตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองชำระหนี้ในมูลสัญญาจ้างทำของจึงเป็นคดีผู้บริโภคตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑)
วินิจฉัยว่า เป็นคดีผู้บริโภค
(นายอดิศักดิ์ ตันติวงศ์)
ประธานศาลอุทธรณ์