คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ บริษัท บ จำกัด (มหาชน) โจทก์
ที่ ๖๖๗/๒๕๖๘ นาย ส ที่ ๑ กับพวกรวม ๒ คน จำเลย
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ประกอบกิจการรับซื้อหรือรับโอนสินทรัพย์ด้อยคุณภาพของสถาบันการเงินเพื่อนำมาบริหารหรือจำหน่ายจ่ายโอนต่อไป จำเลยทั้งสองทำสัญญาบัญชีเดินสะพัดกับธนาคาร น จำกัด (มหาชน) วงเงิน ๒,๗๐๐,๐๐๐ บาท ตกลงชำระดอกเบี้ยตามอัตราและวิธีการที่กำหนดไว้ในสัญญาและประกาศของธนาคาร โดยจำเลยทั้งสองจดทะเบียนจำนองทรัพย์สินไว้เป็นประกันการชำระหนี้ ภายหลังทำสัญญาจำเลยทั้งสองผิดนัดชำระหนี้ ต่อมาธนาคาร น จำกัด (มหาชน) โอนกิจการให้แก่ธนาคาร ธ จำกัด (มหาชน) จากนั้นธนาคาร ธ จำกัด (มหาชน) ควบรวมกิจการกับธนาคาร ท จำกัด (มหาชน) และเปลี่ยนชื่อเป็นธนาคาร ทห จำกัด (มหาชน) และโอนสิทธิเรียกร้องในมูลหนี้และหลักประกันที่มีต่อจำเลยทั้งสองให้แก่โจทก์ โจทก์มีหนังสือบอกกล่าวการโอนสิทธิเรียกร้อง ทวงถามให้จำเลยทั้งสองชำระหนี้และบอกกล่าวบังคับจำนองแล้วแต่จำเลยทั้งสองเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองชำระหนี้พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์และบังคับจำนอง
จำเลยทั้งสองให้การต่อสู้คดีหลายประการ ขอให้ยกฟ้อง
จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า เป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่
โจทก์แถลงคัดค้านว่า คดีนี้ไม่เป็นคดีผู้บริโภค
พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่าธนาคาร น จำกัด (มหาชน) ประกอบธุรกิจธนาคารพาณิชย์และให้จำเลยทั้งสองทำสัญญาบัญชีเดินสะพัดโดยเรียกดอกเบี้ยเป็นค่าตอบแทนตามทางการค้าปกติของตนธนาคารดังกล่าวจึงอยู่ในฐานะผู้ให้บริการและเป็นผู้ประกอบธุรกิจตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภคพ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ โจทก์ประกอบกิจการบริหารสินทรัพย์และเป็นผู้รับโอนสิทธิเรียกร้องในมูลหนี้และหลักประกันดังกล่าว โจทก์จึงเป็นผู้สืบสิทธิและอยู่ในฐานะเป็นผู้ประกอบธุรกิจเช่นเดียวกันกับธนาคารเจ้าหนี้เดิม ส่วนจำเลยทั้งสองเป็นบุคคลธรรมดา แม้จะแถลงต่อศาลตามรายงานกระบวนพิจารณาว่านำเงินไปใช้ในการประกอบธุรกิจ แต่วงเงินบัญชีเดินสะพัดไม่มาก ถือเป็นการใช้ในการประกอบอาชีพและไม่ปรากฏว่าเป็นกิจการค้าขนาดใหญ่ จำเลยทั้งสองจึงเป็นผู้บริโภคตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองในมูลสัญญาบัญชีเดินสะพัดและบังคับจำนอง จึงเป็นคดีผู้บริโภคตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑)
วินิจฉัยว่า เป็นคดีผู้บริโภค
(นายอดิศักดิ์ ตันติวงศ์)
ประธานศาลอุทธรณ์