ค้นหาคำวินิจฉัย

คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์      นางสาว ณ                                                                        โจทก์

ที่ ๖๗๕/๒๕๖๘                               นาง ภ                                                                           จำเลย

                    โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 88812 ถึงเลขที่ 8881๔ ตำบลคลองสอง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี พร้อมสิ่งปลูกสร้างมีบริษัท จ จำกัด เป็นตัวแทนโจทก์ในการบริหารจัดการทรัพย์สิน จำเลยทำสัญญาเช่าที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวกับโจทก์ มีกำหนดเวลาเช่า ๓ ปี ตกลงชำระค่าเช่าตามอัตราที่กำหนดไว้ในสัญญา ภายหลังทำสัญญาจำเลยผิดนัดไม่ชำระค่าเช่า โจทก์มอบหมายให้บริษัท จ จำกัด บอกเลิกสัญญา แต่จำเลยเพิกเฉยยังครอบครองและใช้ประโยชน์ทรัพย์ที่เช่า ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับจำเลยและบริวารขนย้ายทรัพย์สินออกไปและส่งมอบทรัพย์ที่เช่าคืนแก่โจทก์ในสภาพเรียบร้อย กับชำระค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์

จำเลยให้การต่อสู้คดีหลายประการ ขอให้ยกฟ้อง

                   จำเลยยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า เป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่

 

                  พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่า โจทก์ให้จำเลยเช่าที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างโดยเรียกค่าเช่าเป็นค่าตอบแทนซึ่งตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ การซื้อและขายหมายความรวมถึงการเช่าและให้เช่าด้วย และในการให้เช่าที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างดังกล่าว โจทก์มีบริษัท จ จำกัด เป็นตัวแทนในการบริหารจัดการ พฤติการณ์แห่งคดีในชั้นนี้ส่อแสดงว่า โจทก์ให้จำเลยเช่าที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างโดยเรียกค่าเช่าเป็นค่าตอบแทนตามทางการค้าปกติของตน โจทก์ซึ่งเป็นผู้ให้เช่าจึงอยู่ในฐานะผู้ขายและเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ส่วนจำเลยซึ่งเป็นผู้เช่าและอยู่ในฐานะผู้ซื้อนั้นเป็นบุคคลธรรมดา ทำสัญญาเช่าที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างเพื่ออยู่อาศัย ไม่ปรากฏว่าจำเลยแสวงประโยชน์โดยตรงทางธุรกิจจากทรัพย์ที่เช่าอีกต่อหนึ่ง จำเลยจึงอยู่ในฐานะเป็น       ผู้บริโภคตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้ในมูลสัญญาเช่า จึงเป็นคดีผู้บริโภคตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑)

วินิจฉัยว่า เป็นคดีผู้บริโภค

(นายอดิศักดิ์   ตันติวงศ์)

ประธานศาลอุทธรณ์