คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ นางสาว อ. โจทก์
ที่ ๖๘/๒๕๖จ
บริษัท ท. จำเลย
จำเลยที่ ๑ ประกอบธุรกิจประกันชีวิตและรับประกันชีวิตโจทก์ทั้งสี่โดยเรียกค่าเบี้ยประกันชีวิตเป็นค่าตอบแทนตามทางการค้าปกติของตน จำเลยที่ ๑ จึงอยู่ในฐานะผู้ให้บริการและเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ ส่วนโจทก์ทั้งสี่เป็นผู้เอาประกันภัยจึงอยู่ในฐานะผู้รับบริการและเป็นผู้บริโภค เมื่อโจทก์ทั้งสี่ฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ ๑ ในมูลสัญญาประกันภัย จึงเป็นคดีผู้บริโภคตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) สำหรับจำเลยที่ ๒ ซึ่งโจทก์ทั้งสี่ฟ้องให้ร่วมรับผิดในฐานะตัวแทนประกันชีวิตของจำเลยที่ ๑ นั้น ถือเป็นคดีแพ่งที่เกี่ยวพันกัน จึงเป็นคดีผู้บริโภค ตามมาตรา ๓ (๓)
โจทก์ทั้งสี่ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ ประกอบธุรกิจประกันชีวิต จำเลยที่ ๒ เป็นตัวแทนของจำเลยที่ ๑ โจทก์ทั้งสี่ต่างซื้อประกันชีวิตจากจำเลยที่ ๑ โดยการชักชวนของจำเลยที่ ๒ ภายหลังทำสัญญา จำเลยที่ ๒ ปลอมลายมือชื่อโจทก์ทั้งสี่และมารดาโจทก์ทั้งสี่ในคำร้องขอเปลี่ยนแปลงแก้ไขชื่อผู้รับประโยชน์ตามกรมธรรม์ประกันชีวิตของโจทก์ทั้งสี่ ให้เป็นชื่อของจำเลยที่ ๒ และดำเนินการโอนสิทธิในการรับเงินเมื่อครบกำหนดและผลประโยชน์ตามกรมธรรม์ประกันชีวิตเป็นของจำเลยที่ ๒ โดยทุจริต จำเลยที่ ๑ ไม่ควบคุมกำกับจำเลยที่ ๒ และประมาทเลินเล่อไม่ใช้ ความระมัดระวังในการตรวจสอบเอกสาร เมื่อกรมธรรม์ครบกำหนด จำเลยที่ ๒ ได้รับเงินตามกรมธรรม์ประกันชีวิตของโจทก์ทั้งสี่ไปจากจำเลยที่ ๑ ทำให้โจทก์ทั้งสี่ได้รับความเสียหาย โจทก์ทั้งสี่ทวงถามให้จำเลยทั้งสองคืนเงินแก่โจทก์ทั้งสี่แล้ว แต่จำเลยทั้งสองเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันคืนเงินและชำระค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ทั้งสี่
จำเลยทั้งสองให้การต่อสู้คดีหลายประการ ขอให้ยกฟ้อง
จำเลยที่ ๑ ยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่
พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ และ (๓) คดีแพ่งที่เกี่ยวพันกันกับคดี ตาม (๑) ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่า จำเลยที่ ๑ ประกอบธุรกิจประกันชีวิตและรับประกันชีวิตโจทก์ทั้งสี่โดยเรียกค่าเบี้ยประกันชีวิตเป็นค่าตอบแทนตามทางการค้าปกติของตน จำเลยที่ ๑ จึงอยู่ในฐานะผู้ให้บริการและเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๒ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๒ มาตรา ๓ ส่วนโจทก์ทั้งสี่เป็นผู้เอาประกันภัยจึงอยู่ในฐานะผู้รับบริการและเป็นผู้บริโภคตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว เมื่อโจทก์ทั้งสี่ฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ ๑ ในมูลสัญญาประกันภัย จึงเป็นคดีผู้บริโภค ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๖๒ มาตรา (๑) สำหรับจำเลยที่ ๒ ซึ่งโจทก์ทั้งสี่ฟ้องให้ร่วมรับผิดในฐานะตัวแทนประกันชีวิตของจำเลยที่ ๑ นั้น ถือเป็นคดีแพ่งที่เกี่ยวพันกัน จึงเป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๓ (๓)
วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภค
วินิจฉัย ณ วันที่ ๑๗ เดือน มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๗
สุวิชา นาควัชระ
(นางสุวิชา นาควัชระ)
ประธานศาลอุทธรณ์