คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ บริษัท ว. โจทก์
ที่ ๗๕/๒๕๖๗
นางสาว ย. จำเลย
โจทก์ประกอบธุรกิจประกันภัยและรับประกันภัยรถยนต์จากนางสาว ว. โดยเรียกค่าเบี้ยประกันภัยเป็นค่าตอบแทนตามทางการค้าปกติของตน โจทก์จึงอยู่ในฐานะผู้ให้บริการและเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ โดยมีนางสาว ว. อยู่ในฐานะผู้รับบริการและเป็นผู้บริโภค ส่วนจำเลยซึ่งเป็นผู้ก่อเหตุละเมิดนั้น มิได้เป็นผู้รับบริการใด ๆ จากโจทก์ จำเลยจึงมิใช่ผู้บริโภค เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระค่าเสียหายอันเกิดจากมูลละเมิด จึงมิใช่คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิ หรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) ทั้งไม่เข้าเกณฑ์เป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๓ (๒) ถึง (๔)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ประกอบธุรกิจประกันภัยและรับประกันภัยรถยนต์ ยี่ห้อโตโยต้าหมายเลขทะเบียน จฉ xxxx ชลบุรี ของนางสาว ว ระหว่างระยะเวลาคุ้มครองตามกรมธรรม์ประกันภัย จำเลยขับรถยนต์หมายเลขทะเบียน ชฮ xxxx กรุงเทพมหานคร ด้วยความประมาทปราศจากความระมัดระวังโดยขับรถยนต์ด้วยความเร็วไม่เว้นระยะห่างจากรถยนต์คันหน้าในระยะที่สามารถหยุดรถได้เป็นเหตุให้ชนท้ายรถยนต์คันหน้าและรถยนต์คันที่ถูกชนกระเด็นไปชนกับรถยนต์คันที่โจทก์รับประกันภัยไว้ได้รับความเสียหายโจทก์ในฐานะผู้รับประกันภัยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้เอาประกันภัยแล้วจึงรับช่วงสิทธิของผู้เอาประกันภัยมาฟ้องไล่เบี้ยกับจำเลย ขอให้บังคับจำเลยชำระค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์
จำเลยยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่
พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ โจทก์อ้างตามคำฟ้องว่า โจทก์ประกอบธุรกิจประกันภัยและรับประกันภัยรถยนต์จากนางสาว ว โดยเรียกค่าเบี้ยประกันภัยเป็นค่าตอบแทนตามทางการค้าปกติของตน โจทก์จึงอยู่ในฐานะผู้ให้บริการและเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ โดยมีนางสาววนิดาอยู่ในฐานะผู้รับบริการและเป็นผู้บริโภค ส่วนจำเลยซึ่งเป็นผู้ก่อเหตุละเมิดนั้น มิได้เป็นผู้รับบริการใด ๆ จากโจทก์ จำเลยจึงมิใช่ผู้บริโภค เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระค่าเสียหายอันเกิดจากมูลละเมิด จึงมิใช่คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) ทั้งไม่เข้าเกณฑ์เป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๓ (๒) ถึง ๓ (๔)
วินิจฉัยว่าไม่เป็นคดีผู้บริโภค
วินิจฉัย ณ วันที่ ๒๒ เดือน มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๗
สุวิชา นาควัชระ
(นางสุวิชา นาควัชระ)
ประธานศาลอุทธรณ์