คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ ห้างหุ้นส่วนจำกัด ภ. โจทก์
ที่ ๖๘๓/๒๕๖๗ นาย พ. จำเลย
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ประกอบกิจการรับเหมาก่อสร้าง จำเลยว่าจ้างโจทก์ก่อสร้างบ้านพักอาศัย ๒ ชั้น ตกลงค่าจ้าง ๒,๘๐๑,๖๕๐ บาท แบ่งชำระตามงวดงาน โจทก์ทำงานที่รับจ้างตามสัญญาในงวดที่ ๑ ถึงงวดที่ ๔ แล้วเสร็จและส่งมอบงานให้แก่จำเลยแล้ว แต่จำเลยไม่ชำระค่างวดงานที่ ๔ และงานก่อสร้างเพิ่มเติมให้แก่โจทก์ โจทก์ทวงถามแล้ว จำเลยบ่ายเบี่ยง ทั้งยังนำเงินค่างวดงานที่ ๔ ไปชำระแก่บุคคลอื่นและว่าจ้างบุคคลอื่นเข้าทำงานส่วนที่เหลือแทน ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้และค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์
จำเลยยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่
พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้ความตามคำฟ้องของโจทก์ว่าโจทก์ประกอบกิจการรับเหมาก่อสร้างและรับจ้างจำเลยก่อสร้างบ้านพักอาศัยโดยเรียกค่าจ้างเป็นค่าตอบแทนตามทางการค้าปกติของตน โจทก์จึงอยู่ในฐานะผู้ให้บริการและเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ ส่วนจำเลยซึ่งเป็นผู้ว่าจ้างนั้นเป็นบุคคลธรรมดาและงานที่ว่าจ้างเป็นบ้านพักอาศัย ไม่ปรากฏว่าจำเลยแสวงประโยชน์โดยตรงทางธุรกิจจากงานที่ว่าจ้างอีกต่อหนึ่ง จำเลยจึงอยู่ในฐานะผู้รับบริการและเป็นผู้บริโภคตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยในมูลจ้างทำของ จึงเป็นคดีผู้บริโภค ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑)
วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภค
(นางสุวิชา นาควัชระ)
ประธานศาลอุทธรณ์