ค้นหาคำวินิจฉัย

คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์      นายอ.                                              โจทก์

ที่ ๗๑๒/๒๕๖๗                              นางสาวธ.                                           จำเลย

 

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทำสัญญากู้ยืมเงินจากโจทก์ ๓๐๐,๐๐๐ บาท ตกลงชำระดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๑๕ ต่อปี ภายหลังทำสัญญาจำเลยผิดนัดชำระหนี้ โจทก์ทวงถามแล้ว แต่จำเลยเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์

จำเลยให้การต่อสู้คดีหลายประการและให้การว่า โจทก์ประกอบอาชีพให้กู้ยืมเงิน คดีนี้เป็นคดีผู้บริโภค ขอให้ยกฟ้อง

จำเลยยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่

พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่าโจทก์ให้จำเลยกู้ยืมเงินโดยเรียกดอกเบี้ยเป็นค่าตอบแทน และจากการตรวจสอบของเจ้าพนักงานคดีศาลจังหวัดสีคิ้วได้ความว่า โจทก์เคยยื่นฟ้องบุคคลอื่นในมูลให้กู้ยืมเงินอีก ๒ คดี พฤติการณ์แห่งคดีในชั้นนี้เชื่อได้ว่าโจทก์ให้จำเลยกู้ยืมเงินโดยเรียกดอกเบี้ยตามทางการค้าปกติของตน โจทก์จึงอยู่ในฐานะเป็นผู้ให้บริการและเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ ส่วนจำเลยซึ่งเป็นผู้กู้นั้น ไม่ปรากฏว่าแสวงประโยชน์โดยตรงทางธุรกิจจากเงินกู้ยืมที่ได้รับอีกต่อหนึ่ง จำเลยจึงอยู่ในฐานะเป็นผู้รับบริการซึ่งเป็นผู้บริโภคตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยในมูลกู้ยืมเงิน จึงเป็นคดีผู้บริโภค ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑)

วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภค

(นางสุวิชา   นาควัชระ)

ประธานศาลอุทธรณ์