ค้นหาคำวินิจฉัย

คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์                                        ธนาคาร ท จำกัด (มหาชน)                                   โจทก์

ที่  ๖๗๐/๒๕๖๗                                                     ห้างหุ้นส่วนจำกัด ธ กับพวก                                 จำเลย

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ ทำสัญญาบัญชีเดินสะพัดกับโจทก์ ตกลงชำระดอกเบี้ยตามอัตราและวิธีการที่กำหนดไว้ในสัญญาและประกาศโจทก์ มีนาย ส และจำเลยที่ ๒ ทำสัญญาค้ำประกัน กับมีบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม
ทำหนังสือค้ำประกันการชำระหนี้ ภายหลัง
ทำสัญญาจำเลยที่ ๑ ผิดนัด และต่อมานาย ส ถึงแก่ความตาย มีจำเลยที่ ๒ และที่ ๓ เป็นผู้จัดการมรดก โจทก์มีหนังสือทวงถามแล้ว แต่จำเลยทั้งสามเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันชำระหนี้พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์

                จำเลยทั้งสามให้การต่อสู้คดีหลายประการ โดยจำเลยที่ ๒ ให้การว่าคดีนี้เป็นคดีผู้บริโภค ขอให้ยกฟ้อง

จำเลยที่ ๒ ยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่

พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตราคดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่า โจทก์ประกอบการธนาคารพาณิชย์และให้จำเลยที่ ๑ ทำสัญญาบัญชีเดินสะพัดโดยเรียกดอกเบี้ยเป็นค่าตอบแทนตามทางการค้าปกติของตน โจทก์จึงอยู่ในฐานะผู้ให้บริการและเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ ส่วนจำเลยที่ ๑ เป็นนิติบุคคลประเภทห้างหุ้นส่วนจำกัดจัดตั้งขึ้นเพื่อประกอบการค้าแสวงหากำไร จำเลยที่ ๑ ทำสัญญาบัญชีเดินสะพัดกับโจทก์เพื่อนำเงินไปใช้เป็นทุนหมุนเวียนในการประกอบกิจการ อันเป็นการแสวงประโยชน์โดยตรงทางธุรกิจอีกต่อหนึ่ง จำเลยที่ ๑ จึงมิใช่ผู้บริโภค แต่อยู่ในฐานะเป็นผู้ประกอบธุรกิจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าวเช่นเดียวกัน เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ ๑ ชำระหนี้ตามสัญญาบัญชีเดินสะพัด โดยให้จำเลยที่ ๒ ในฐานะผู้ค้ำประกันและผู้จัดการมรดกของนาย ส ซึ่งเป็นผู้ค้ำประกันและหุ้นส่วนผู้จัดการของจำเลยที่ ๑ กับให้จำเลยที่ ๓ ในฐานะผู้จัดการมรดกของนาย ส ร่วมรับผิดตามฟ้อง จึงมิใช่คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) ทั้งไม่เข้าเกณฑ์เป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๓ (๒) ถึง ๓ (๔)

          วินิจฉัยว่าไม่เป็นคดีผู้บริโภค

(นางสุวิชา   นาควัชระ)

ประธานศาลอุทธรณ์