คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ นาย ฉ โจทก์
ที่ ๕๔๘/๒๕๖๗ นิติบุคคลอาคารชุด ส จำเลย
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของห้องชุด ๑ ห้อง ในอาคารชุด ส จำเลยเป็นนิติบุคคลอาคารชุด จำเลยโดยคณะกรรมการของจำเลยจัดการประชุมใหญ่สามัญเจ้าของร่วมครั้งที่ ๑/๒๕๕๗ และบันทึกรายงานการประชุมเป็นเท็จว่าที่ประชุมมีมติเสียงข้างมากในวาระที่ ๕.๖ ให้เปลี่ยนระบบท่อน้ำดีจากท่อเหล็กเป็นท่อพีพีอาร์ และวาระที่ ๕.๗ ให้เปลี่ยนระบบลิฟต์ แต่ความจริงที่ประชุมมีมติไม่เห็นชอบ และในการประชุมใหญ่สามัญเจ้าของร่วมครั้งที่ ๑/๒๕๕๘ ประธานคณะกรรมการของจำเลยได้แจ้งเรียกเก็บเงินค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนท่อน้ำดีและเปลี่ยนระบบลิฟต์ดังกล่าว โจทก์เคยยื่นฟ้องจำเลยต่อศาลชั้นต้น และศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเพราะยื่นฟ้องเมื่อพ้นกำหนด ๑ เดือน นับแต่วันที่มีมติ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ศาลฎีกาไม่อนุญาตให้โจทก์ฎีกา คดีถึงที่สุดแล้ว โดยศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ยังไม่ได้วินิจฉัยว่ามติที่ประชุมดังกล่าวขัดต่อพระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ. ๒๕๒๒ หรือไม่ ขอให้ศาลเพิกถอนรายงานการประชุมครั้งที่ ๑/๒๕๕๗ วาระที่ ๕.๖ และวาระที่ ๕.๗
จำเลยยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่
โจทก์ยื่นคำคัดค้านว่าคดีนี้เป็นคดีผู้บริโภค
พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ โจทก์อ้างตามคำฟ้องว่า จำเลยเป็นนิติบุคคลตามพระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ. ๒๕๒๒ มีหน้าที่จัดการ ดูแลและรักษาทรัพย์ส่วนกลางอาคารชุดตามฟ้อง การดำเนินงานของจำเลยมีลักษณะเป็นการจัดทำการงานให้แก่เจ้าของร่วมในอาคารชุดโดยเรียกเก็บค่าใช้จ่ายส่วนกลางจากเจ้าของร่วมเป็นค่าตอบแทน จึงเป็นการให้บริการอย่างหนึ่ง จำเลยจึงอยู่ในฐานะผู้ให้บริการและเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ โดยมีโจทก์เป็นสมาชิกของจำเลยและอยู่ในฐานะผู้รับบริการก็ตาม แต่มูลคดีที่โจทก์ฟ้องเป็นการกล่าวอ้างว่าจำเลยบันทึกรายงานการประชุมใหญ่เป็นเท็จและไม่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่เกี่ยวข้องกับการให้บริการดังกล่าวข้างต้นโดยตรง เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนรายงานการประชุมใหญ่จึงมิใช่คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) ทั้งไม่เข้าเกณฑ์เป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๓ (๒) ถึง ๓ (๔)
วินิจฉัยว่าไม่เป็นคดีผู้บริโภค
นางสุวิชา นาควัชระ
ประธานศาลอุทธรณ์