คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ นาง ป กับพวก โจทก์
ที่ ๕๕๐/๒๕๖๗ นาย จ จำเลย
โจทก์ทั้งสองฟ้องว่า จำเลยทำสัญญากู้ยืมเงินจากนาย ช จำนวน ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ตกลงชำระดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๑๕ ต่อปี ภายหลังทำสัญญาจำเลยชำระหนี้ให้แก่นาย ช บางส่วนแล้วผิดนัดชำระหนี้ ต่อมานาย ช ถึงแก่ความตาย มีโจทก์ทั้งสองเป็นผู้จัดการมรดก โจทก์ทั้งสองทวงถามให้จำเลยชำระหนี้แล้ว แต่จำเลยเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ทั้งสอง
จำเลยให้การต่อสู้คดีหลายประการและให้การว่า จำเลยไม่ได้ทำสัญญากู้ยืมเงินจากนาย ช คดีนี้เป็นคดีผู้บริโภค ขอให้ยกฟ้อง
จำเลยยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่
พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ โจทก์ทั้งสองอ้างตามคำฟ้องว่า นาย ช ให้จำเลยกู้ยืมเงิน แม้มีการเรียกดอกเบี้ยเป็นค่าตอบแทนแต่ไม่ได้เรียกให้จำเลยวางหลักประกันการให้กู้ยืมเงินจำนวนมาก อันเป็นการผิดวิสัยของผู้ประกอบธุรกิจให้กู้ยืมเงิน และจากการตรวจสอบของเจ้าพนักงานคดีไม่ปรากฏว่านาย ช เคยยื่นฟ้องบุคคลอื่นในมูลให้กู้ยืมเงิน พฤติการณ์แห่งคดีในชั้นนี้ฟังไม่ได้ว่า นายชัชวาลให้จำเลยกู้ยืมเงินโดยเรียกดอกเบี้ยเป็นค่าตอบแทนตามทางการค้าปกติของตน นาย ช จึงไม่อยู่ในฐานะผู้ให้บริการและไม่เป็นผู้ประกอบธุรกิจ นาย ช และจำเลยจึงไม่มีนิติสัมพันธ์ในฐานะผู้ประกอบธุรกิจและผู้บริโภคต่อกัน ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภคพ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ เมื่อโจทก์ทั้งสองในฐานะผู้จัดการมรดกของนาย ช ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้ในมูลกู้ยืมเงิน จึงมิใช่คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) ทั้งไม่เข้าเกณฑ์เป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๓ (๒) ถึง ๓ (๔)
วินิจฉัยว่าไม่เป็นคดีผู้บริโภค
นางสุวิชา นาควัชระ
ประธานศาลอุทธรณ์