คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ นางสาว ดา โจทก์
ที่ ๖๘๔/๒๕๖๘ บริษัท ณ จำกัด ที่ ๑ กับพวกรวม ๓ คน จำเลย
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ต่างประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และเป็นบริษัทในเครือเดียวกันกับจำเลยที่ ๓ โจทก์ทำสัญญาจะซื้อจะขายห้องชุดในโครงการ เบิร์ก แอ็พตัน ซี กับจำเลยที่ ๒ จำนวน ๑ ห้อง และจำเลยที่ ๑ ทำสัญญาเช่าทรัพย์สินและสัญญารับซื้อห้องชุดกับโจทก์ ตกลงชำระผลตอบแทนแก่โจทก์ตามอัตราที่กำหนดและรับซื้อห้องชุดคืนจากโจทก์เมื่อครบกำหนดระยะเวลาตามสัญญา ภายหลังทำสัญญาจำเลยทั้งสามผิดนัดไม่ชำระผลตอบแทน โจทก์ทวงถามแล้วแต่จำเลยทั้งสามเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยทั้งสามชำระค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์
จำเลยทั้งสามให้การต่อสู้คดีหลายประการและให้การว่า คดีนี้ไม่เป็นคดีผู้บริโภค ขอให้ยกฟ้อง
ศาลแพ่งส่งคดีให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า เป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่
พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่า โจทก์ให้จำเลยที่ 1 เช่าห้องชุดโดยเรียกค่าเช่าเป็นค่าตอบแทน ซึ่งตามพระราชบัญญัติ
วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภคพ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ การซื้อและขายหมายความรวมถึงการเช่าและให้เช่าด้วย โจทก์ซึ่งเป็นผู้ให้เช่าจึงอยู่ในฐานะเป็นผู้ขาย โจทก์จึงมิใช่ผู้บริโภค ส่วนจำเลยที่ 1 เป็นบริษัทจำกัดจัดตั้งขึ้นเพื่อประกอบการค้าแสวงหากำไร จำเลยที่ 1 ทำสัญญาเช่าห้องชุดกับโจทก์เพื่อใช้ในการประกอบกิจการ อันเป็นการแสวงประโยชน์โดยตรงทางธุรกิจอีกต่อหนึ่ง จำเลยที่ 1 จึงมิใช่ผู้บริโภคตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าวเช่นเดียวกัน โจทก์และจำเลยที่ 1 จึงไม่มีนิติสัมพันธ์ในฐานะผู้ประกอบธุรกิจกับผู้บริโภคต่อกัน เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ 1 ชำระหนี้ในมูลสัญญาเช่า โดยฟ้องจำเลยที่ 2 และที่ 3 ให้ร่วมรับผิดตามฟ้อง จึงมิใช่คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภคพ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) ทั้งไม่เข้าเกณฑ์เป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๓ (๒) ถึง (๔)
วินิจฉัยว่า ไม่เป็นคดีผู้บริโภค
(นายอดิศักดิ์ ตันติวงศ์)
ประธานศาลอุทธรณ์