คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ นาย ท. โจทก์
ที่ ๗๐๒/๒๕๖๗ บริษัท ม. จำกัด จำเลย
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ จำเลยว่าจ้างโจทก์เป็นทนายความว่าต่างแก้ต่างคดีให้แก่จำเลยในศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ และศาลฎีกา ตกลงค่าจ้างคดีละ ๕๐,๐๐๐ บาท ต่อชั้นศาล โจทก์ทำงานที่รับจ้างให้แก่จำเลยแล้ว แต่จำเลยชำระค่าจ้างให้แก่โจทก์เพียงบางส่วน คงค้างชำระค่าจ้างอีก ๓๒ คดี เป็นเงิน ๑,๖๐๐,๐๐๐ บาท โจทก์ทวงถามแล้ว แต่จำเลยเพิกเฉย ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้ พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์
จำเลยให้การต่อสู้คดีหลายประการ และให้การว่าคดีนี้เป็นคดีผู้บริโภค ขอให้ยกฟ้อง และฟ้องแย้งว่าโจทก์ดำเนินคดีโดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากจำเลย ทำให้จำเลยได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับโจทก์ชำระค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยแก่จำเลย
โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้ง ขอให้ยกฟ้องแย้ง
จำเลยยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่
พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้ความตามคำฟ้อง คำให้การ ฟ้องแย้ง และคำให้การแก้ฟ้องแย้งว่า โจทก์ประกอบวิชาชีพทนายความและรับจ้างจำเลยว่าต่าง แก้ต่างคดี อันเป็นการรับจัดทำการงานให้แก่จำเลยโดยเรียกค่าจ้างว่าความเป็นค่าตอบแทนวิชาชีพตามปกติของตน โจทก์จึงอยู่ในฐานะผู้ให้บริการและเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ ส่วนจำเลยเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัดจัดตั้งขึ้นเพื่อประกอบการค้าแสวงหากำไร จำเลยว่าจ้างโจทก์เป็นทนายความแก้ต่างเพื่อประโยชน์ในการประกอบกิจการค้า จำเลยจึงมิใช่ผู้บริโภค แต่อยู่ในฐานะเป็นผู้ประกอบธุรกิจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าวเช่นเดียวกัน เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้อันมีมูลจากสัญญาจ้างทำของ จึงมิใช่คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริการ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) ทั้งไม่เข้าเกณฑ์เป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๓ (๒) ถึง ๓ (๔) สำหรับฟ้องแย้งของจำเลยซึ่งยื่นภายหลังที่มีการฟ้องคดีนี้ ไม่เป็นคดีผู้บริโภคตามนัยมาตรา ๒๑
วินิจฉัยว่าไม่เป็นคดีผู้บริโภค
(นางสุวิชา นาควัชระ)
ประธานศาลอุทธรณ์