ค้นหาคำวินิจฉัย

 

คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์   นาย ร.                                       โจทก์

ที่  ๗๐๓/๒๕๖๗        นิติบุคคลอาคารชุด ด. ที่ ๑ กับพวกรวม ๒ คน           จำเลย

                   โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ เป็นนิติบุคคลอาคารชุด มีวัตถุประสงค์บริหารจัดการและดูแลรักษาทรัพย์ส่วนกลางในอาคารชุด ด. จำเลยที่ ๒ เป็นนิติบุคคคลประเภทบริษัทมหาชนจำกัด ประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และเป็นผู้มีกรรมสิทธิ์ในอาคารชุดดังกล่าว โจทก์ทำสัญญาเช่าห้องชุดเลขที่ xxx/xxx ชั้น xx อาคารชุดดังกล่าว จากนาย ธ. ซึ่งเป็นเจ้าของห้องชุดและเป็นสมาชิกของจำเลยที่ ๑ ระหว่างสัญญาเช่าห้องชุด เกิดเหตุท่อน้ำส่วนกลางของอาคารบริเวณชั้น ๓๒ แตก ทำให้น้ำรั่วซึมเข้าไปภายในห้องชุดที่โจทก์เช่าจนน้ำท่วมขังทำให้เฟอร์นิเจอร์ภายในห้องชุดและทรัพย์สินของโจทก์ได้รับความเสียหาย โจทก์ทวงถามให้จำเลยทั้งสองชำระค่าเสียหายแล้ว แต่จำเลยทั้งสองเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์

                   จำเลยทั้งสองให้การต่อสู้คดีหลายประการ โดยจำเลยที่ ๑ ให้การว่า คดีนี้ไม่เป็นคดีผู้บริโภค ขอให้ยกฟ้อง

                       ศาลแพ่งพระโขนงส่งคดีให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่

              พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ และ (๓) คดีแพ่งที่เกี่ยวพันกันกับคดีตาม (๑) ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่า จำเลยที่ ๑ เป็นนิติบุคคลตามพระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ. ๒๕๒๒ มีหน้าที่จัดการและดูแลรักษาทรัพย์ส่วนกลางอาคารชุดตามฟ้อง โดยเรียกเก็บค่าใช้จ่ายส่วนกลางจากเจ้าของห้องชุดเป็นค่าตอบแทน จำเลยที่ ๑ จึงอยู่ในฐานะผู้ให้บริการและเป็นผู้ประกอบธุรกิจตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ โดยมีนาย ธ. ซึ่งเป็นเจ้าของห้องชุดเป็นผู้รับบริการและเป็นผู้บริโภค โจทก์เป็นผู้เช่าห้องชุดจากนาย ธ. และใช้ประโยชน์ทรัพย์ส่วนกลางของอาคารชุด จึงเป็นผู้บริโภคด้วยเช่นกัน เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ ๑ ชำระค่าเสียหายสืบเนื่องมาจากการดูแลรักษาทรัพย์ส่วนกลาง จึงเป็นคดีผู้บริโภค ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) ส่วนจำเลยที่ ๒ ซึ่งโจทก์ฟ้องให้รับผิดร่วมกับจำเลยที่ ๑ นั้น ถือเป็นคดีแพ่งที่เกี่ยวพันกัน จึงเป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๓ (๓)

                   วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภค

(นางสุวิชา  นาควัชระ)

ประธานศาลอุทธรณ์