คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ นาย ก โจทก์
ที่ ๗๐๖/๒๕๖๘ นางสาว ย ที่ ๑ กับพวกรวม ๓ คน จำเลย
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๒ เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทมหาชนจำกัด ใช้ชื่อว่าบริษัท ธ จำกัด (มหาชน) จำเลยที่ ๓ เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด ใช้ชื่อว่า บริษัท ก จำกัด จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ต่างประกอบกิจการประกันภัย จำเลยที่ ๒ รับประกันภัยรถยนต์ หมายเลขทะเบียน ๓ ขศ ๕๘๙๐ กรุงเทพมหานคร ส่วนจำเลยที่ ๓ รับประกันภัยรถจักรยานยนต์ หมายเลขทะเบียน ๑ กน ๗๙๔๗ กาญจนบุรี ของนางสาว อ ระหว่างระยะเวลาคุ้มครองตามกรมธรรม์ประกันภัย จำเลยที่ ๑ ขับรถยนต์ที่จำเลยที่ ๒ รับประกันภัยไว้ไปตามถนนนวมินทร์ เมื่อถึงที่เกิดเหตุบริเวณก่อนขึ้นสะพานแยกสำนักงานที่ดินกรุงเทพมหานคร สาขาบางกะปิ แขวงนวมินทร์ เขตบึงกุ่ม กรุงเทพมหานคร ด้วยความประมาทปราศจากความระมัดระวัง จำเลยที่ ๑ เปลี่ยนช่องเดินรถกะทันหันเข้าสู่ช่องเดินรถที่ ๓ นับจากซ้าย เป็นเหตุให้เฉี่ยวชนกับรถจักรยานยนต์ที่โจทก์ขับมาทำให้รถจักรยานยนต์ของโจทก์ได้รับความเสียหายและโจทก์ได้รับอันตรายแก่กายสาหัส ขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันชำระค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์
จำเลยทั้งสามให้การต่อสู้คดีหลายประการโดยจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ให้การว่า คดีนี้ไม่เป็นคดีผู้บริโภค ขอให้ยกฟ้อง
ศาลแพ่งพระโขนงส่งคดีให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า เป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่
พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่าง ผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการและ (๓) คดีแพ่งที่เกี่ยวพันกันกับคดีตาม (๑) ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่า จำเลยที่ ๓ ประกอบธุรกิจประกันภัยและรับประกันภัยรถจักรยานยนต์ของนางสาว อ โดยเรียกค่าเบี้ยประกันภัยเป็นค่าตอบแทนตามทางการค้าปกติของตน จำเลยที่ ๓ จึงอยู่ในฐานะผู้ให้บริการและเป็นผู้ประกอบธุรกิจตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ โดยมีนางสาว อซึ่งเป็นผู้เอาประกันภัยอยู่ในฐานะผู้รับบริการและเป็นผู้บริโภค โจทก์ขับรถจักรยานยนต์ดังกล่าวโดยได้รับความยินยอมจากผู้เอาประกันภัย แม้มิได้เป็นผู้ชำระค่าเบี้ยประกันภัยแต่ได้รับความคุ้มครองตามกรมธรรม์ก็ถือเป็น ผู้บริโภคด้วยเช่นกัน เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ ๓ ชำระค่าเสียหายในมูลสัญญาประกันภัย จึงเป็นคดีผู้บริโภคตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) สำหรับจำเลยที่ ๑ ผู้กระทำละเมิด และจำเลยที่ ๒ ผู้รับประกันภัยรถยนต์คันที่ก่อเหตุละเมิดซึ่งโจทก์ฟ้องให้รับผิดรวมกันมาในคดีนี้ ถือเป็นคดีแพ่งที่เกี่ยวพันกัน จึงเป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๓ (๓)
วินิจฉัยว่า เป็นคดีผู้บริโภค
(นายอดิศักดิ์ ตันติวงศ์)
ประธานศาลอุทธรณ์