ค้นหาคำวินิจฉัย

คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์        ธนาคาร ก จำกัด (มหาชน)                                          โจทก์

ที่ ๗๑๘/๒๕๖๘                                 บริษัท ว จำกัด หรือบริษัท พ จำกัด ที่ ๑ กับพวกรวม ๕ คน  จำเลย

               โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด มีจำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๔ เป็นกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทน จำเลยที่ ๑ ทำสัญญาบัญชีเดินสะพัด สัญญาสินเชื่อเงินกู้หมุนเวียนทางอิเล็กทรอนิกส์และสัญญากู้ยืมเงินกับโจทก์ ตกลงชำระดอกเบี้ยตามอัตราและวิธีการที่กำหนดไว้ในสัญญาและประกาศของโจทก์ มีจำเลยที่ ๒ ทำสัญญาค้ำประกันและบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อมทำหนังสือค้ำประกัน กับมีจำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๕ จดทะเบียนจำนองที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างเป็นประกันการชำระหนี้ ภายหลังทำสัญญาจำเลยที่ ๑ ผิดนัดชำระหนี้ โจทก์มีหนังสือทวงถามให้จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ชำระหนี้และบอกกล่าวให้จำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๕ ไถ่ถอนจำนองแล้วแต่จำเลยทั้งห้าเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยที่ ๑
และที่ ๒ ชำระหนี้พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ และให้จำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๕ ไถ่ถอนจำนอง

 

                   จำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 ยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า เป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่

 

พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่าง    ผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้ความตามคำฟ้องว่า โจทก์ประกอบธุรกิจธนาคารพาณิชย์ โจทก์ให้จำเลยที่ ๑ ทำสัญญาบัญชีเดินสะพัด สัญญาสินเชื่อเงินกู้หมุนเวียนทางอิเล็กทรอนิกส์และสัญญากู้ยืมเงินโดยเรียกดอกเบี้ยเป็นค่าตอบแทนตามทางการค้าปกติของตน โจทก์จึงอยู่ในฐานะผู้ให้บริการและเป็นผู้ประกอบธุรกิจตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ ส่วนจำเลยที่ ๑ เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด จัดตั้งขึ้นเพื่อประกอบการค้าแสวงหากำไร จำเลยที่ ๑ ทำสัญญาบัญชีเดินสะพัด สัญญาสินเชื่อเงินกู้หมุนเวียนทางอิเล็กทรอนิกส์และสัญญากู้ยืมเงินกับโจทก์เพื่อนำเงินไปใช้เป็นทุนหมุนเวียนในการประกอบกิจการ          อันเป็นการแสวงประโยชน์โดยตรงทางธุรกิจอีกต่อหนึ่ง จำเลยที่ ๑จึงมิใช่ผู้บริโภค แต่อยู่ในฐานะเป็นผู้ประกอบธุรกิจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าวเช่นเดียวกัน เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ ๑ ชำระหนี้ในมูลสัญญาบัญชีเดินสะพัดสัญญาสินเชื่อเงินกู้หมุนเวียนทางอิเล็กทรอนิกส์และสัญญากู้ยืมเงิน โดยให้จำเลยที่ ๒ ในฐานะผู้ค้ำประกันและผู้จำนอง กับให้จำเลยที่ ๓ ถึงที่ ๕ ในฐานะผู้จำนองร่วมรับผิดตามฟ้อง จึงมิใช่คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) ทั้งไม่เข้าเกณฑ์เป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๓ (๒) ถึง (๔)

                   วินิจฉัยว่า ไม่เป็นคดีผู้บริโภค

(นายอดิศักดิ์   ตันติวงศ์)

ประธานศาลอุทธรณ์