คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ ว่าที่ร้อยตรีป. โจทก์
ที่ ๗๔/๒๕๖๘ สหกรณ์ออมทรัพย์พ. จำกัด จำเลย
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นนิติบุคคลประเภทสหกรณ์ออมทรัพย์ โจทก์และนางสาวฉ. เป็นสมาชิกของจำเลย โจทก์กับพวกอีก ๔ คนทำสัญญาค้ำประกันการกู้ยืมเงินระหว่างนางสาวฉ. กับโจทก์ ต่อมานางสาวฉ. พ้นจากการเป็นพนักงานของบริษัทก. จำกัด (มหาชน) และตกเป็นผู้ผิดนัดชำระหนี้ จำเลยมีหนังสือแจ้งให้โจทก์ชำระหนี้เงินกู้แทนนางสาวฉ. โจทก์จึงตกลงชำระหนี้เงินกู้แทนนางสาวฉ. ตามสัดส่วนการค้ำประกันของโจทก์ โดยให้จำเลยหักชำระหนี้เป็นรายเดือนจากเงินเดือนของโจทก์ ภายหลังโจทก์ผ่อนชำระหนี้เพียงสองงวดเป็นเงิน ๕,๗๒๐ บาท จำเลยกลับเปลี่ยนแปลงข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์สารสนเทศสำหรับสมาชิกจำเลยโดยลบข้อมูลที่ตกลงให้โจทก์รับผิดในฐานะผู้ค้ำประกันเฉพาะส่วนของโจทก์และบันทึกข้อมูลว่าโจทก์ต้องรับผิดร่วมกับนางสาวฉ. ชำระหนี้แก่จำเลยเต็มจำนวน โดยจำเลยเตรียมฟ้องร้องดำเนินคดีแก่นางสาวฉ. และโจทก์กับพวกรวมห้าคนซึ่งเป็นผู้ค้ำประกัน ต่อมาโจทก์ตรวจสอบพบว่าจำเลยมิได้มีหนังสือบอกกล่าวให้โจทก์กับพวกรวมห้าคนในฐานะผู้ค้ำประกันทราบภายในหกสิบวันนับแต่วันที่นางสาวฉ. ผิดนัดชำระหนี้แก่จำเลย และจำเลยออกประกาศผ่อนผันการชำระหนี้ให้แก่สมาชิกอันเป็นการขยายระยะเวลาการชำระหนี้ให้แก่นางสาวฉ. โจทก์กับพวกรวมห้าคนในฐานะผู้ค้ำประกันจึงหลุดพ้นความรับผิด การกระทำของจำเลยทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายขอให้บังคับจำเลยคืนเงินที่โจทก์ชำระไปแล้วและชำระค่าเสียหายเพื่อการลงโทษพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ กับให้จำเลยกระทำการหรืองดเว้นกระทำการเกี่ยวกับคณะกรรมการดำเนินการจำเลยตามที่ระบุในคำขอท้ายฟ้อง
จำเลยให้การต่อสู้คดีหลายประการและให้การว่า คดีนี้ไม่เป็นคดีผู้บริโภค ขอให้ยกฟ้อง
จำเลยยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า เป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่
พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่าจำเลยประกอบกิจการสหกรณ์และให้นางสาวฉ. ซึ่งเป็นสมาชิกกู้ยืมเงินโดยเรียกดอกเบี้ยเป็นค่าตอบแทนตามทางการค้าปกติของตน จำเลยจึงอยู่ในฐานะผู้ให้บริการและเป็นผู้ประกอบธุรกิจตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ ส่วนนางสาวฉ. เป็นผู้รับบริการและเป็นผู้บริโภค โจทก์เป็นสมาชิกจำเลยและเป็นผู้ค้ำประกันการชำระหนี้ของนางสาวฉ. ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. ๒๕๔๐ มาตรา ๓ บัญญัติว่า ผู้บริโภคให้หมายความรวมถึงผู้เข้าทำสัญญาในฐานะผู้ค้ำประกันซึ่งมิได้กระทำเพื่อการค้าด้วย เมื่อไม่ปรากฏพฤติการณ์ว่า โจทก์ทำสัญญาค้ำประกันการชำระหนี้ของนางสาวฉ. เพื่อการค้า โจทก์จึงอยู่ในฐานะเป็นผู้บริโภคตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยคืนเงิน ชำระค่าเสียหาย และกระทำการหรืองดเว้นกระทำการตามคำขอท้ายฟ้อง อันมีมูลจากการค้ำประกันและการเป็นสมาชิกของจำเลยจึงเป็นคดีผู้บริโภคตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑)
วินิจฉัยว่า เป็นคดีผู้บริโภค
(นายอดิศักดิ์ ตันติวงศ์)
ประธานแผนกคดีภาษีอากรในศาลฎีกา
ช่วยทำงานชั่วคราวในตำแหน่งประธานศาลอุทธรณ์