คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์
นาย พ โจทก์
ที่ ๗๖๐/๒๕๖๘ นาย จ ที่ 1 กับพวกรวม ๓ คน จำเลย
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสามทำสัญญาเช่าหลักทรัพย์กับโจทก์เพื่อนำไปเป็นหลักประกันในการทำสัญญาประกันตัวนาย ธ จำเลย ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ อ 528/256๕ ของศาลจังหวัดกระบี่ มีข้อตกลงว่าหากนาย ธ หลบหนีไม่ไปศาลตามกำหนดนัดจนเป็นเหตุให้ศาลมีคำสั่งปรับนายประกัน จำเลยทั้งสามยินยอมชำระหนี้ดังกล่าวให้แก่โจทก์ ต่อมานาย ธ หลบหนี ศาลจังหวัดกระบี่มีคำสั่งปรับโจทก์ในฐานะนายประกันและโจทก์ชำระค่าปรับแล้ว โจทก์ทวงถามให้จำเลยทั้งสามชำระหนี้แต่จำเลยทั้งสามเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันชำระหนี้พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์
จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ให้การต่อสู้คดีหลายประการ ขอให้ยกฟ้อง
จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า เป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่
พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภค ตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่า โจทก์ประกอบธุรกิจให้เช่าหลักทรัพย์สำหรับใช้ประกันตัวและให้จำเลยทั้งสามทำสัญญาเช่าหลักทรัพย์โดยเรียกค่าเช่าเป็นค่าตอบแทนตามทางการค้าปกติของตน ซึ่งตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ การซื้อและขายหมายความรวมถึงการเช่าและให้เช่าด้วย โจทก์ซึ่งเป็นผู้ให้เช่าจึงอยู่ในฐานะเป็นผู้ขายและเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ส่วนจำเลยทั้งสามซึ่งเป็นผู้เช่าและอยู่ในฐานะผู้ซื้อนั้น ไม่ปรากฏว่าจำเลยทั้งสามแสวงประโยชน์โดยตรงทางธุรกิจอีกต่อหนึ่ง จำเลยทั้งสามจึงเป็นผู้บริโภคตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามชำระหนี้ในมูลสัญญาเช่า จึงเป็นคดีผู้บริโภคตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑)
วินิจฉัยว่า เป็นคดีผู้บริโภค
(นายอดิศักดิ์ ตันติวงศ์)
ประธานศาลอุทธรณ์