คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ นาย ภ. โจทก์
ที่ ๗๗๓/๒๕๖๗ นิติบุคคลอาคารชุด ฟ. กับพวก จำเลย
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ เป็นนิติบุคคลอาคารชุด มีหน้าที่จัดการและดูแลรักษาทรัพย์ส่วนกลางในอาคารชุด ฟ. โดยเรียกเก็บค่าใช้จ่ายส่วนกลางจากเจ้าของร่วม มีจำเลยที่ ๒ เป็นผู้จัดการ โจทก์เป็นบริวารโดยเป็นญาติของเจ้าของกรรมสิทธิ์ห้องชุดเลขที่ XXX และห้องชุดเลขที่ YYY ในอาคารชุด ฟ. และเข้าพักอาศัยในห้องชุดทั้งสองห้องดังกล่าวโดยได้รับความยินยอมจากเจ้าของกรรมสิทธิ์ห้องชุดทั้งสองห้อง และเจ้าของกรรมสิทธิ์ห้องชุดทั้งสองห้องได้ชำระค่าส่วนกลางให้แก่จำเลยที่ ๑ แล้ว ซึ่งตามข้อบังคับของนิติบุคคลอาคารชุด เจ้าของกรรมสิทธิ์ห้องชุดทั้งสองห้องดังกล่าวมีสิทธิจอดรถในอาคารจอดรถของนิติบุคคลอาคารชุด ๕ คัน โจทก์นำรถยนต์ของโจทก์ ๒ คัน ไปจอดในอาคารจอดรถของนิติบุคคลอาคารชุด แต่จำเลยทั้งสองกลับนำรถยนต์ทั้งสองคันของโจทก์ไปขายโดยไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์
จำเลยทั้งสองให้การต่อสู้คดีหลายประการ ขอให้ยกฟ้อง
จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่
พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ และ (๓) คดีแพ่งที่เกี่ยวพันกันกับคดีตาม (๑) ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่า จำเลยที่ ๑ เป็นนิติบุคคลอาคารชุดมีหน้าที่จัดการและดูแลรักษาทรัพย์ส่วนกลางอาคารชุดตามฟ้อง โดยเรียกเก็บค่าใช้จ่ายส่วนกลางจากเจ้าของห้องชุดซึ่งเป็นเจ้าของร่วมเป็นค่าตอบแทน จำเลยที่ ๑ จึงอยู่ในฐานะผู้ให้บริการและเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ โดยผู้เป็นเจ้าของห้องชุดเลขที่ XXX และห้องชุดเลขที่ YYY ในอาคารชุด ฟ. ซึ่งเป็นเจ้าของร่วมนั้น เป็นผู้รับบริการและเป็นผู้บริโภคตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว ส่วนโจทก์เป็นผู้อาศัยห้องชุดทั้งสองห้องโดยได้รับความยินยอมจากเจ้าของห้องชุดทั้งสองห้อง แม้โจทก์มิได้เป็นผู้ชำระค่าส่วนกลาง แต่โจทก์เป็นผู้สืบสิทธิของเจ้าของกรรมสิทธิ์ห้องชุดทั้งสองห้องดังกล่าว โจทก์จึงอยู่ในฐานะผู้รับบริการและเป็นผู้บริโภค เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ ๑ ชำระค่าเสียหายจากการทำละเมิดอันมีมูลจากการให้บริการ จึงเป็นคดีผู้บริโภค ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) ส่วนจำเลยที่ ๒ ซึ่งเป็นผู้จัดการนิติบุคคลอาคารชุด ซึ่งโจทก์ฟ้องขอให้ร่วมรับผิดนั้น ถือเป็นคดีแพ่งที่เกี่ยวพันกัน จึงเป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๓ (๓)
วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภค
(นางสุวิชา นาควัชระ)
ประธานศาลอุทธรณ์