ค้นหาคำวินิจฉัย

คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์                   นาง อ.                              โจทก์

ที่  ๗๗๗/๒๕๖๗                                         นาย ป.                              จำเลย

 

โจทก์ให้จำเลยกู้ยืมเงินโดยเรียกดอกเบี้ยเป็นค่าตอบแทน โดยโจทก์เคยยื่นฟ้องบุคคลอื่นในมูลให้กู้ยืมเงินอีกหลายคดี พฤติการณ์แห่งคดีในชั้นนี้เชื่อได้ว่า โจทก์ให้จำเลยกู้ยืมเงินโดยเรียกดอกเบี้ยตามทางการค้าปกติของตน โจทก์จึงอยู่ในฐานะเป็นผู้ให้บริการและเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ส่วนจำเลยซึ่งเป็นผู้กู้ ไม่ปรากฏว่าแสวงประโยชน์โดยตรงทางธุรกิจจากเงินกู้ที่ได้รับอีกต่อหนึ่ง จำเลยจึงอยู่ในฐานะเป็นผู้รับบริการซึ่งเป็นผู้บริโภค เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้ในมูลกู้ยืมเงิน จึงเป็นคดีผู้บริโภคตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑)

 

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ไม่ได้ประกอบอาชีพให้กู้ยืมเงิน จำเลยกู้ยืมเงินจากโจทก์หลายครั้ง รวมเป็นเงิน ๔๖๘,๔๐๐ บาท ตกลงชำระดอกเบี้ยจากยอดเงินต้นที่กู้ยืม ภายหลังทำสัญญาจำเลยชำระดอกเบี้ยให้แก่โจทก์เพียงบางส่วน โจทก์มีหนังสือทวงถามแล้ว แต่จำเลยเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์

จำเลยให้การต่อสู้คดีหลายประการ ขอให้ยกฟ้อง

          จำเลยยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่

          พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมาย อันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่า โจทก์ให้จำเลยกู้ยืมเงินโดยเรียกดอกเบี้ยเป็นค่าตอบแทน และจากการตรวจสอบของเจ้าพนักงานคดีศาลจังหวัดธัญบุรีได้ความว่าโจทก์เคยยื่นฟ้องบุคคลอื่นในมูลให้กู้ยืมเงินอีกหลายคดี พฤติการณ์แห่งคดีในชั้นนี้เชื่อได้ว่า โจทก์ให้จำเลยกู้ยืมเงินโดยเรียกดอกเบี้ยตามทางการค้าปกติของตน โจทก์จึงอยู่ในฐานะเป็นผู้ให้บริการ และเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ ส่วนจำเลยซึ่งเป็นผู้กู้นั้นไม่ปรากฏว่า   แสวงประโยชน์โดยตรงทางธุรกิจจากเงินกู้ที่ได้รับอีกต่อหนึ่ง จำเลยจึงอยู่ในฐานะเป็นผู้รับบริการซึ่งเป็นผู้บริโภคตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้ในมูลกู้ยืมเงิน  จึงเป็นคดีผู้บริโภค ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑)

          วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภค

วินิจฉัย ณ วันที่    ๒๑     เดือน     สิงหาคม     พุทธศักราช     ๒๕๖๗

สุวิชา   นาควัชระ

(นางสุวิชา   นาควัชระ)

ประธานศาลอุทธรณ์