คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ นาย ถ กับพวก โจทก์
ที่ ๗๘๔/๒๕๖๗ บริษัท พ จำกัด จำเลย
โจทก์ทั้งหกฟ้องว่า จำเลยประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โจทก์ทั้งหกทำสัญญาจะซื้อจะขายสิทธิการเช่าห้องชุดโปรแกรมการันตีรายได้กับจำเลย ในโครงการ XXX จำนวน ๑ ห้อง และโครงการ XXX จำนวน ๑ ห้อง ภายหลังทำสัญญา โจทก์ทั้งหกชำระค่าสิทธิการเช่าให้แก่จำเลยครบถ้วนแล้ว แต่จำเลยไม่ก่อสร้างห้องชุดให้แล้วเสร็จและไม่จดทะเบียนการเช่าแก่โจทก์ทั้งหกภายในกำหนดเวลาตามสัญญา ทำให้โจทก์ทั้งหกได้รับความเสียหาย โจทก์ทั้งหกจึงบอกเลิกสัญญา ขอให้บังคับจำเลยคืนเงินพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ทั้งหก
จำเลยให้การต่อสู้คดีหลายประการและให้การว่า โจทก์ทั้งหกเป็นนักธุรกิจและนักลงทุนเพื่อเก็งกำไร คดีนี้ไม่เป็นคดีผู้บริโภค ขอให้ยกฟ้อง
จำเลยยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่
พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่า จำเลยประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และทำสัญญาจะซื้อจะขายสิทธิการเช่าห้องชุดให้แก่โจทก์ทั้งหกตามทางการค้าปกติของตน จำเลยจึงเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ ส่วนโจทก์ทั้งหกเป็นบุคคลธรรมดา ทำสัญญาจะซื้อจะขายสิทธิการเช่าห้องชุดเพียง ๒ ห้อง แม้มีข้อตกลงชำระเงินรับประกันการเช่า ก็ถือเป็นวิธีการขายสิทธิการเช่าห้องชุดของจำเลยให้ได้จำนวนมาก เมื่อไม่ปรากฏว่าโจทก์ทั้งหกประกอบธุรกิจให้เช่าห้องชุด พฤติการณ์แห่งคดีในชั้นนี้ฟังไม่ได้ว่าโจทก์ทั้งหกแสวงประโยชน์โดยตรงทางธุรกิจจากห้องชุดตามฟ้อง ทั้งมูลคดีที่โจทก์ทั้งหกอ้างก็สืบเนื่องจากจำเลยไม่ก่อสร้างห้องชุดให้แล้วเสร็จภายในกำหนดเวลาตามสัญญา โจทก์ทั้งหกจึงอยู่ในฐานะผู้บริโภคตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว เมื่อโจทก์ทั้งหกฟ้องขอให้บังคับจำเลยคืนเงินอันมีมูลจากสัญญาจะซื้อจะขายสิทธิการเช่าห้องชุด จึงเป็นคดีผู้บริโภค ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑)
วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภค
(นางสุวิชา นาควัชระ)
ประธานศาลอุทธรณ์