คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ นางสาว ว โจทก์
ที่ ๘๑๐/๒๕๖๘ บริษัท ณ จำกัด (มหาชน) ที่ ๑ กับพวกรวม ๒ คน จำเลย
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โจทก์ทำสัญญาจะซื้อจะขายห้องชุดในโครงการอัพ เอกมัย คอนโด กับจำเลยที่ ๑ จำนวน ๑ ห้อง มีข้อตกลงว่าจำเลยที่ ๑ จะชำระผลตอบแทนและรับซื้อห้องชุดคืนจากโจทก์ตามอัตราและวิธีการที่กำหนดไว้ในสัญญา ภายหลังโจทก์รับโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุด จำเลยที่ ๒ (บริษัท ณศ วัน จำกัด) ทำสัญญาเช่าทรัพย์สินและสัญญาเช่าสังหาริมทรัพย์ในห้องชุดดังกล่าวกับโจทก์ ตกลงชำระผลตอบแทนแก่โจทก์ตามอัตราที่กำหนดไว้ในสัญญา กับทำสัญญารับซื้อห้องชุดกับโจทก์ ภายหลังทำสัญญาจำเลยทั้งสองผิดนัดไม่ชำระผลตอบแทนและไม่รับซื้อห้องชุดคืนจากโจทก์ ทั้งยังครอบครองและใช้ประโยชน์ห้องชุดของโจทก์ ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองรับซื้อห้องชุดคืนและชำระค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์
จำเลยทั้งสองให้การต่อสู้คดีหลายประการและให้การว่า คดีนี้ไม่เป็นคดีผู้บริโภคขอให้ยกฟ้อง
จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า เป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่
พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ และ (๓) คดีแพ่งที่เกี่ยวพันกันกับคดีตาม (๑) ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่า จำเลยที่ ๑ ประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และทำสัญญาจะซื้อจะขายห้องชุดแก่โจทก์ตามทางการค้าปกติของตน จำเลยที่ ๑ จึงเป็นผู้ประกอบธุรกิจตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ ส่วนโจทก์เป็นบุคคลธรรมดาทำสัญญาจะซื้อจะขายห้องชุดกับจำเลยที่ ๑ เพียง ๑ ห้อง แม้มีข้อตกลงชำระผลตอบแทนและรับซื้อห้องชุดคืน ก็ถือเป็นวิธีการขายห้องชุดของจำเลยที่ ๑ ให้ได้จำนวนมาก เมื่อไม่ปรากฏว่าโจทก์ประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ พฤติการณ์แห่งคดีในชั้นนี้ฟังไม่ได้ว่า โจทก์แสวงประโยชน์โดยตรงทางธุรกิจจากห้องชุดตามฟ้อง โจทก์จึงอยู่ในฐานะผู้บริโภคตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ ๑ ชำระหนี้ในมูลสัญญาจะซื้อจะขายห้องชุดจึงเป็นคดีผู้บริโภคตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) สำหรับจำเลยที่ ๒ ซึ่งโจทก์ฟ้องให้ร่วมรับผิดกับจำเลยที่ ๑ รวมกันมาในคดีนี้นั้น ถือเป็นคดีแพ่งที่เกี่ยวพันกัน จึงเป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๓ (๓)
วินิจฉัยว่า เป็นคดีผู้บริโภค
(นายอดิศักดิ์ ตันติวงศ์)
ประธานศาลอุทธรณ์