ค้นหาคำวินิจฉัย

คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์       นาย ถ                                                         โจทก์

ที่  ๘๒๗/๒๕๖๘                             บริษัท ก จำกัด ที่ 1 กับพวกรวม ๑0 คน                 จำเลย

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ ประกอบธุรกิจซื้อขายแลกเปลี่ยนเงินตรา มีจำเลยที่ 7 ถึงที่ ๑0 เป็นกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทน จำเลยที่ ๒ (ธนาคาร ก จำกัด (มหาชน)) ที่ 3 (ธนาคาร ท จำกัด (มหาชน)) และที่ 4 (ธนาคาร กร จำกัด (มหาชน)) ต่างประกอบธุรกิจธนาคารพาณิชย์ โจทก์เปิดบัญชีเงินฝากประเภทออมทรัพย์กับจำเลยที่ ๒ พร้อมติดตั้งแอปพลิเคชัน Krungthai NEXT เมื่อวันที่ ๒0 พฤษภาคม ๒๕๖๗ โจทก์ถูกมิจฉาชีพหลอกลวงให้โจทก์ทำตามขั้นตอนต่าง ๆ บนโทรศัพท์เคลื่อนที่ ภายหลังโจทก์ตรวจสอบพบว่าเงินในบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ ๓๑๔,๘๔๙.๒๑ บาท ถูกโอนไปยังบัญชีเงินฝากของจำเลยที่ 5 และที่ 6 ซึ่งเป็นบัญชีม้าที่เปิดไว้กับจำเลยที่ 3 โดยที่โจทก์มิได้เป็นผู้ทำรายการโอน หลังจากนั้นถูกโอนต่อไปยังบัญชีของจำเลยที่ ๑ ที่เปิดไว้กับจำเลยที่ ๔ การกระทำของจำเลยทั้งสิบทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับจำเลยทั้งสิบชำระค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ 

จำเลยที่ ๑ ถึงที่ 4 และที่ 7 ถึงที่ ๑0 ให้การต่อสู้คดีหลายประการ ขอให้ยกฟ้อง

จำเลยที่ 5 และที่ 6 ขาดนัดยื่นคำให้การ

จำเลยที่ 1 และที่ 7 ถึงที่ ๑0 ยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า เป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่

พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ และ (๓) คดีแพ่งที่เกี่ยวพันกันกับคดีตาม (๑) ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่า จำเลยที่ ๒ ประกอบธุรกิจธนาคารพาณิชย์และรับเปิดบัญชีเงินฝากให้แก่โจทก์ อันการเป็นการดำเนินธุรกิจตามทางการค้าปกติของตน โดยได้รับประโยชน์จากการนำเงินฝากไปบริหารจัดการเพื่อผลตอบแทนต่อไป จำเลยที่ ๒ จึงอยู่ในฐานะผู้ให้บริการและเป็นผู้ประกอบธุรกิจตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ โดยมีโจทก์เป็นผู้รับบริการและเป็นผู้บริโภคตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ ชำระค่าเสียหายอันมีมูลจากการให้บริการ จึงเป็นคดีผู้บริโภคตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) สำหรับจำเลยที่ ๑ และที่ 3 ถึงที่ ๑0 ที่โจทก์ฟ้องให้ร่วมรับผิดรวมกันมาในคดีนี้นั้น      ถือเป็นคดีแพ่งที่เกี่ยวพันกันจึงเป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๓ (๓)

วินิจฉัยว่า เป็นคดีผู้บริโภค

(นายอดิศักดิ์   ตันติวงศ์)

ประธานศาลอุทธรณ์