ค้นหาคำวินิจฉัย

คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์      นางสาว ท.              โจทก์

ที่ ๘๔๐/๒๕๖๗                                       นาง ศ.                    จำเลย

                      โจทก์ฟ้องว่า จำเลยประกอบธุรกิจให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ โจทก์ทำสัญญาเช่าอาคาร เลขที่ XXX ถนนกวงเฮง ตำบลเมืองใต้ อำเภอเมืองศรีสะเกษ จังหวัดศรีสะเกษ กับจำเลยเพื่อประกอบกิจการสถานพยาบาล กำหนดเวลาเช่า ๑๒ เดือน ตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๖๖ ถึงวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๖ โจทก์ชำระค่าเช่าล่วงหน้าตลอดอายุสัญญาเช่าให้แก่จำเลยครบถ้วนและวางเงินประกันความเสียหาย ๓๐,๐๐๐ บาท ต่อมาโจทก์และจำเลยตกลงยกเลิกสัญญาเช่าก่อนครบกำหนดตามสัญญาโดยให้สัญญาเช่าสิ้นสุดลงในวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๖ และโจทก์หาผู้เช่ารายใหม่มาเช่าอาคารดังกล่าวจากจำเลยตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๖ แต่จำเลยคืนเงินให้แก่โจทก์เฉพาะเงินประกันความเสียหาย แต่ไม่คืนเงินค่าเช่าในเดือนตุลาคม ๒๕๖๖ ถึงเดือนธันวาคม ๒๕๖๖ ซึ่งโจทก์ไม่ได้ใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินที่เช่า โจทก์ทวงถามแล้ว แต่จำเลยเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยคืนเงินพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์

                      จำเลยให้การต่อสู้คดีหลายประการและให้การว่า โจทก์เช่าอาคารจากจำเลย เพื่อประกอบกิจการสถานพยาบาล คดีนี้ไม่เป็นคดีผู้บริโภค ขอให้ยกฟ้อง

                      จำเลยยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่

                       พิเคราะห์แล้วตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตราคดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภค ตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่า จำเลยให้โจทก์เช่าอาคารโดยเรียกค่าเช่าเป็นค่าตอบแทนตามทางการค้าปกติของตน ซึ่งตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ ประกอบพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ การซื้อและขาย หมายความรวมถึงการเช่าและให้เช่าด้วย จำเลยซึ่งเป็นผู้ให้เช่าจึงอยู่ในฐานะเป็นผู้ขายและเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ส่วนโจทก์ซึ่งเป็นผู้เช่านั้นเป็นบุคคลธรรมดา แม้จะเช่าอาคารจากจำเลยเพื่อประกอบกิจการสถานพยาบาลก็เป็นการใช้ประโยชน์จากทรัพย์ที่เช่าด้วยตนเองในการประกอบอาชีพและไม่ปรากฏว่าเป็นกิจการค้าขนาดใหญ่ โจทก์จึงเป็นผู้บริโภคตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยคืนเงินอันมีมูลจากสัญญาเช่า จึงเป็นคดีผู้บริโภค ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑)

                       วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภค     

                                                 (นางสุวิชา   นาควัชระ)

                                                         ประธานศาลอุทธรณ์