ค้นหาคำวินิจฉัย

คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์

ที่  ๘๔๖/๒๕๖๗                                                                             

ชุมนุมสหกรณ์ค.                                โจทก์

สหกรณ์ค. กับพวก                       จำเลย

       โจทก์ฟ้องว่า โจทก์และจำเลยที่ ๑ ต่างเป็นนิติบุคคลตามพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. ๒๕๔๒ จำเลยที่ ๑ ทำสัญญากู้ยืมเงินจากโจทก์ ๓,๔๕๐,๗๐๙.๒๕ บาท มีจำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๘ ทำสัญญาค้ำประกันการชำระหนี้ ภายหลังทำสัญญาจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ และที่ ๙ ถึงที่ ๑๗ ทำบันทึกข้อตกลงแนบท้ายสัญญาเพื่อยอมรับยอดหนี้และขอขยายระยะเวลาชำระหนี้ออกไป แต่จำเลยที่ ๑ ผิดนัดชำระหนี้โจทก์ทวงถามแล้ว แต่จำเลยทั้งสิบเจ็ดเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยทั้งสิบเจ็ดชำระหนี้พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์

                  จำเลยที่ ๑0 และที่ ๑4 ให้การต่อสู้คดีหลายประการ และให้การว่าคดีนี้เป็นคดีผู้บริโภค ขอให้ยกฟ้อง

                  จำเลยที่ 3 ถึงที่ 7 ยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่

                 พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่า โจทก์และจำเลยที่ ๑ ต่างเป็นนิติบุคคลตามพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. ๒๕๔๒ มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและเผยแพร่กิจการสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน ตลอดจนให้สหกรณ์อื่นและสมาชิกกู้ยืมเงิน โจทก์ให้จำเลยที่ ๑ กู้ยืมเงินเพื่อปรับโครงสร้างหนี้โดยเรียกดอกเบี้ยหรือผลประโยชน์อื่นใดเป็นค่าตอบแทนตามทางการค้าปกติของตน โจทก์จึงอยู่ในฐานะผู้ให้บริการและเป็นผู้ประกอบธุรกิจตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภคพ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ ส่วนจำเลยที่ ๑ ทำสัญญากู้ยืมเงินจากโจทก์เพื่อนำไปเป็นทุนหมุนเวียนในการประกอบกิจการ อันเป็นการแสวงประโยชน์จากเงินกู้ที่ได้รับอีกต่อหนึ่ง จำเลยที่ ๑ จึงมิใช่ผู้บริโภค แต่อยู่ในฐานะเป็นผู้ประกอบธุรกิจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าวเช่นเดียวกัน เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ ๑ ชำระหนี้ในมูลกู้ยืมเงิน โดยให้จำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๑7 ร่วมรับผิดตามฟ้อง จึงมิใช่คดีแพ่งระหว่างผู้ประกอบธุรกิจกับผู้บริโภคซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมาย อันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) ทั้งไม่เข้าเกณฑ์เป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๓ (๒) ถึง ๓ (๔)

วินิจฉัยว่าไม่เป็นคดีผู้บริโภค

(นางสุวิชา   นาควัชระ)

  ประธานศาลอุทธรณ์