ค้นหาคำวินิจฉัย

คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์   นางสาว น.                      โจทก์

ที่  ๘๗๖/๒๕๖๗                         นาง น.                           จำเลย

               โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ไม่ได้ประกอบอาชีพให้กู้ยืมเงิน จำเลยกู้ยืมเงินจากโจทก์ ๑,๐๕๔,๐๐๐ บาท ตกลงชำระดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๑๕ ต่อปี โดยจำเลยจดทะเบียนจำนองที่ดินเป็นประกันการชำระหนี้และให้ถือเอาสัญญาจำนองเป็นหลักฐานการกู้ยืมเงินด้วยภายหลังทำสัญญาจำเลยชำระหนี้ให้โจทก์เพียง ๔๗๖,๐๐๐ บาท โจทก์ทวงถามและบอกกล่าวบังคับจำนองแล้ว แต่จำเลยเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ และบังคับจำนอง

                 จำเลยให้การต่อสู้คดีหลายประการและให้การว่า โจทก์ประกอบอาชีพให้กู้ยืมเงิน คดีนี้เป็นคดีผู้บริโภค ขอให้ยกฟ้อง และฟ้องแย้งว่า โจทก์ส่งมอบเงินกู้ให้แก่จำเลยไม่ครบถ้วน โจทก์ได้รับชำระหนี้ครบถ้วนแล้ว ขอให้บังคับโจทก์จดทะเบียนไถ่ถอนจำนอง หากไม่ดำเนินการให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา และให้โจทก์ส่งมอบต้นฉบับโฉนดที่ดินคืนแก่จำเลย และชำระค่าเสียหายเพื่อการลงโทษ

โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้ง ขอให้ยกฟ้องแย้ง

                 จำเลยยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่

                 พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตราคดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้ความตามคำฟ้อง คำให้การและฟ้องแย้ง และคำให้การแก้ฟ้องแย้งว่า โจทก์ให้จำเลยกู้ยืมเงินแม้มีการเรียกดอกเบี้ยเป็นค่าตอบแทน แต่ได้ความจากการตรวจสอบของเจ้าพนักงานคดีศาลจังหวัดอุดรธานีและข้อเท็จจริงที่คู่ความแถลงต่อศาลจังหวัดอุดรธานีว่าโจทก์เคยยื่นฟ้องบุคคลอื่นในมูลให้กู้ยืมเงินต่อศาลจังหวัดพลอีกเพียง ๑ คดี พฤติการณ์แห่งคดีในชั้นนี้ฟังไม่ได้ว่า โจทก์ให้จำเลยกู้ยืมเงินโดยเรียกดอกเบี้ยเป็นค่าตอบแทนตามทางการค้าปกติของตน โจทก์จึงไม่อยู่ในฐานะผู้ให้บริการและไม่เป็นผู้ประกอบธุรกิจ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ โจทก์และจำเลยจึงไม่มีนิติสัมพันธ์ในฐานะผู้ประกอบธุรกิจกับผู้บริโภคต่อกันเมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยในมูลกู้ยืมเงินและบังคับจำนอง จึงมิใช่คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) ทั้งไม่เข้าเกณฑ์เป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๓ (๒) ถึง ๓ (๔)

                 วินิจฉัยว่าไม่เป็นคดีผู้บริโภค

 

 

(นางสุวิชา   นาควัชระ)

ประธานศาลอุทธรณ์