คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ นางสาว ก. โจทก์
ที่ ๘๘๒/๒๕๖๗ บริษัท อ. จำกัด จำเลย
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยประกอบธุรกิจขายรถยนต์ยี่ห้อ อ. มีนาย ส.เป็นพนักงานขาย โจทก์จองซื้อรถยนต์ยี่ห้อ อ. สีดำ กับจำเลย โดยมีนาย ส.เป็นผู้ดำเนินการ โจทก์ชำระเงินจองและเงินดาวน์แล้วโดยโอนเข้าบัญชีธนาคารของนาย ส. โจทก์ขอสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ดังกล่าวจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และได้รับอนุมัติแล้ว ภายหลังโจทก์ทำสัญญาเช่าซื้อ นาย ส. ไม่ได้ส่งมอบรถยนต์ให้แก่โจทก์ แต่กลับนำรถยนต์ไปจำนำและส่งรถยนต์ออกไปสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาโดยโจทก์มิได้รู้เห็นหรือให้ความยินยอม ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายและต้องรับภาระผ่อนชำระค่าเช่าซื้อ ขอให้บังคับจำเลยชำระค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์
จำเลยให้การต่อสู้คดีหลายประการ ขอให้ยกฟ้อง
ศาลจังหวัดเชียงรายส่งคดีให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่
พิเคราะห์แล้ว พระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๘ วรรคสอง บัญญัติว่า การขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยปัญหาว่าคดีใดเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่ ไม่ว่าโดยคู่ความเป็นผู้ขอหรือโดยศาลเห็นสมควร ถ้าเป็นการขอในคดีผู้บริโภคต้องกระทำอย่างช้าในวันนัดพิจารณา หากพ้นกำหนดเวลาแล้วห้ามมิให้มีการขอให้วินิจฉัยปัญหาดังกล่าวอีก คดีนี้ศาลจังหวัดเชียงรายรับฟ้องและดำเนินกระบวนพิจารณาอย่างคดีผู้บริโภค โดยกำหนดนัดพิจารณาในวันที่ ๒๘พฤษภาคม ๒๕๖๗ เมื่อถึงวันนัด ศาลจังหวัดเชียงรายมีคำสั่งรับคำให้การของจำเลย อันเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาในส่วนที่เกี่ยวกับการให้การแก้คดี จึงเป็นวันนัดพิจารณาตามมาตรา ๒๔ และมาตรา ๒๖ แล้ว หากมีกรณีต้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยปัญหาว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่ก็ต้องกระทำในวันดังกล่าว การที่ศาลจังหวัดเชียงรายส่งคดีให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยเมื่อวันที่ ๙ กรกฎาคม ๒๕๖๗ ย่อมเป็นการล่วงเลยเวลาที่จะขอให้มีการวินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่
ให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ และส่งสำนวนคืนศาลจังหวัดเชียงรายเพื่อพิจารณาพิพากษาคดีต่อไป
(นางสุวิชา นาควัชระ)
ประธานศาลอุทธรณ์