คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ นางสาว ศ โจทก์
ที่ ๙๐๐/๒๕๖๗ นาง ร. จำเลย
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยประกอบธุรกิจให้กู้ยืมเงิน จำเลยให้โจทก์กู้ยืมเงิน ๑,๓๐๐,๐๐๐ บาท คิดดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๓ ต่อเดือน ซึ่งเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด จำเลยให้โจทก์จดทะเบียนขายฝากที่ดินตามที่ดินโฉนดเลขที่ XXX และ XXX ตำบลบ้านกอก อำเภอจัตุรัส จังหวัดชัยภูมิ พร้อมสิ่งปลูกสร้างบ้านพักอาศัยเลขที่ XXX ไว้แก่จำเลย ต่อมาโจทก์และจำเลยทำสัญญาขยายกำหนดเวลาไถ่ ๕ ครั้ง โจทก์ชำระให้แก่จำเลยไปแล้วทั้งสิ้น ๕,๓๓๔,๐๐๐ บาท โจทก์เป็นผู้บริโภคต้องยอมเข้าทำสัญญาขายฝากกับจำเลยอย่างไม่เป็นธรรม สัญญาขายฝากทำขึ้นโดยมีเจตนาไม่สุจริต จึงตกเป็นโมฆะ โจทก์ขอไถ่ถอนการขายฝากที่ดินคืน จำเลยแจ้งว่าโจทก์ต้องจ่ายเงินให้จำเลยอีก ๓,๕๐๐,๐๐๐ บาท จึงจะไถ่ถอนที่ดินให้ โจทก์ไม่สามารถหาเงินมาไถ่ที่ดินได้ ที่ดินจึงตกเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลย ขอให้บังคับจำเลยคืนเงินส่วนเกินจากค่าขายฝากพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ และขอให้จำเลยไถ่ถอนการขายฝากที่ดินตามฟ้อง หากจำเลยไม่ดำเนินการขอให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา
จำเลยให้การต่อสู้คดีหลายประการและให้การว่า คดีนี้ไม่เป็นคดีผู้บริโภค ขอให้ยกฟ้อง
จำเลยยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่
โจทก์ยื่นคำคัดค้านว่า คดีนี้เป็นคดีผู้บริโภค
พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๔) คดีแพ่งที่มีกฎหมายบัญญัติให้ใช้วิธีพิจารณาตามพระราชบัญญัตินี้ และพระราชบัญญัติคุ้มครองประชาชนในการทำสัญญาขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัย พ.ศ. ๒๕๖๒ มาตรา ๔ คำว่า ผู้ขายฝาก หมายความว่า บุคคลธรรมดาซึ่งเป็นผู้ขายตามสัญญาขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัย และคำว่า ที่อยู่อาศัย หมายความว่า อาคารหรือสิ่งปลูกสร้างและหรือที่ดินที่ใช้เป็นที่อยู่อาศัยหรือที่เกี่ยวเนื่องกับการอยู่อาศัยหรือเพื่อประโยชน์ในการอยู่อาศัย ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่า โจทก์จดทะเบียนขายฝากที่ดินพร้อมบ้านไว้แก่จำเลย เมื่อโจทก์เป็นบุคคลธรรมดาและทรัพย์ที่ขายฝากมีบ้านพักอาศัย พฤติการณ์แห่งคดีเชื่อได้ว่าเป็นการขายฝากที่อยู่อาศัย ซึ่งพระราชบัญญัติคุ้มครองประชาชนในการทำสัญญาขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัย พ.ศ. ๒๕๖๒ มาตรา ๑๑ บัญญัติให้คดีที่มีข้อพิพาทอันเนื่องมาจากการขายฝากเป็นคดีผู้บริโภคตามกฎหมายว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค โดยให้ถือว่าผู้ขายฝากเป็นผู้บริโภค โจทก์จึงเป็นผู้บริโภคตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยอันมีมูลจากการขายฝาก จึงเป็นคดีผู้บริโภค ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 มาตรา ๓ (๔)
วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภค
(นางสุวิชา นาควัชระ)
ประธานศาลอุทธรณ์