ค้นหาคำวินิจฉัย

คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์                นางสาว ณ.                                  โจทก์

ที่  ๙๒๑/๒๕๖๗                                      นาย อ.                                       จำเลย

 

โจทก์ให้จำเลยกู้ยืมเงินโดยไม่ได้เรียกดอกเบี้ยเป็นค่าตอบแทน ทั้งจากการตรวจสอบไม่ปรากฏว่าโจทก์เคยยื่นฟ้องบุคคลอื่นในมูลให้กู้ยืมเงิน พฤติการณ์แห่งคดีในชั้นนี้ฟังไม่ได้ว่าโจทก์ให้จำเลยกู้ยืมเงินโดยเรียกดอกเบี้ยเป็นค่าตอบแทนตามทางการค้าปกติของตน โจทก์จึงไม่อยู่ในฐานะผู้ให้บริการและไม่เป็นผู้ประกอบธุรกิจ โจทก์และจำเลยไม่มีนิติสัมพันธ์ในฐานะผู้ประกอบธุรกิจกับผู้บริโภคต่อกัน เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยในมูลกู้ยืมเงินจึงมิใช่คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) ทั้งไม่เข้าเกณฑ์เป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๓ (๒) ถึง (๔) 

 

 

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ไม่ได้ประกอบธุรกิจให้กู้ยืมเงิน จำเลยกู้ยืมเงินจากโจทก์ ๕๐,๐๐๐ บาท  โดยโจทก์ไม่ได้เรียกดอกเบี้ยเป็นค่าตอบแทน ต่อมาจำเลยทำหนังสือรับสภาพหนี้ไว้ให้แก่โจทก์และตกลงชำระหนี้คืน เมื่อครบกำหนดชำระหนี้ จำเลยผิดนัด โจทก์ทวงถามแล้วแต่จำเลยเพิกเฉย ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์

          จำเลยให้การต่อสู้คดีหลายประการและให้การว่า โจทก์ประกอบอาชีพให้กู้ยืมเงินโดยเรียกดอกเบี้ยเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด ขอให้ยกฟ้อง

          จำเลยยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่

พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ โจทก์อ้างตามคำฟ้องว่า โจทก์ให้จำเลยกู้ยืมเงิน โดยไม่ได้เรียกดอกเบี้ยเป็นค่าตอบแทน ทั้งจากการตรวจสอบของเจ้าพนักงานคดีศาลแขวงลพบุรีไม่ปรากฏว่าโจทก์เคยยื่นฟ้องบุคคลอื่นในมูลให้กู้ยืมเงิน เมื่อโจทก์แถลงต่อศาลแขวงลพบุรีว่าไม่ได้ประกอบธุรกิจให้กู้ยืมเงินพฤติการณ์แห่งคดีในชั้นนี้ฟังไม่ได้ว่า โจทก์ให้จำเลยกู้ยืมเงินโดยเรียกดอกเบี้ยเป็นค่าตอบแทนตามทางการค้าปกติของตน โจทก์จึงไม่อยู่ในฐานะผู้ให้บริการและไม่เป็นผู้ประกอบธุรกิจ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ โจทก์และจำเลยจึงไม่มีนิติสัมพันธ์ในฐานะผู้ประกอบธุรกิจกับผู้บริโภคต่อกัน เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยในมูลกู้ยืมเงิน จึงมิใช่คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) ทั้งไม่เข้าเกณฑ์เป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๓ (๒) ถึง (๔)

          วินิจฉัยว่าไม่เป็นคดีผู้บริโภค

วินิจฉัย ณ วันที่    ๑๙     เดือน     กันยายน     พุทธศักราช     ๒๕๖๗

สุวิชา   นาควัชระ

(นางสุวิชา   นาควัชระ)

ประธานศาลอุทธรณ์