ค้นหาคำวินิจฉัย

คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์                       นาง ว.                              โจทก์

ที่ ๙๖๙/๒๕๖๖                                              นางสาว ส.                         จำเลย

                            

                   โจทก์ประกอบธุรกิจรับจ้างจัดงานแต่งงานและงานพิธีต่าง ๆ โจทก์รับจ้างจำเลยจัดตกแต่งสถานที่สำหรับจัดงานแต่งงานโดยเรียกค่าจ้างเป็นค่าตอบแทนตามทางการค้าปกติของตน โจทก์จึงอยู่ในฐานะผู้ให้บริการและเป็นผู้ประกอบธุรกิจส่วนจำเลยซึ่งเป็นผู้ว่าจ้างนั้นเป็นบุคคลธรรมดา และงานที่ว่าจ้างเป็นการจัดตกแต่งสถานที่สำหรับจัดงานแต่งงานของจำเลย ไม่ปรากฏว่าจำเลยแสวงประโยชน์โดยตรงทางธุรกิจจากงานที่ว่าจ้างอีกต่อหนึ่ง จำเลยจึงอยู่ในฐานะผู้รับบริการและเป็นผู้บริโภค เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยในมูลจ้างทำของ จึงเป็นคดีผู้บริโภค ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑)

 

                    โจทก์ฟ้องว่า จำเลยว่าจ้างโจทก์ตกแต่งสถานที่สำหรับจัดงานแต่งงานของจำเลยกับสามี ตกลงชำระค่าจ้าง ๓๒๕,๐๐๐ บาท โจทก์ทำงานที่รับจ้างและส่งมอบงานให้แก่จำเลยแล้ว
แต่จำเลยผิดนัดชำระค่าจ้าง โจทก์ทวงถามแล้ว แต่จำเลยเพิกเฉย ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์

               จำเลยยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่

                   พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตราคดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ โจทก์อ้างตามคำฟ้องว่า โจทก์ประกอบธุรกิจรับจ้างจัดงานแต่งงานและงานพิธีต่าง ๆ โจทก์รับจ้างจำเลยจัดตกแต่งสถานที่สำหรับจัดงานแต่งงานโดยเรียกค่าจ้างเป็นค่าตอบแทนตามทางการค้าปกติของตน โจทก์จึงอยู่ในฐานะผู้ให้บริการและเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ ส่วนจำเลยซึ่งเป็นผู้ว่าจ้างนั้นเป็นบุคคลธรรมดา และงานที่ว่าจ้างเป็นการจัดตกแต่งสถานที่สำหรับจัดงานแต่งงานของจำเลย ไม่ปรากฏว่าจำเลยแสวงประโยชน์โดยตรงทางธุรกิจจากงานที่ว่าจ้างอีกต่อหนึ่ง จำเลยจึงอยู่ในฐานะผู้รับบริการและเป็นผู้บริโภคตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยในมูลจ้างทำของ จึงเป็นคดีผู้บริโภค ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑)

                   วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภค

                                                            วินิจฉัย ณ  วันที่ ๑๗  เดือน ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๖๖

สุวิชา   นาควัชระ

(นางสุวิชา   นาควัชระ)

ประธานแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศในศาลฎีกา ช่วยทำงานชั่วคราวในตำแหน่งประธานศาลอุทธรณ์