คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์นายอ. โจทก์
ที่ ๑๐๑/๒๕๖๗ บริษัทซ. จำกัด จำเลย
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โจทก์ทำสัญญาจะซื้อจะขายห้องชุดในโครงการ ซ.กับจำเลย ๑ ห้อง โจทก์ชำระเงินค่าห้องชุดบางส่วนให้แก่จำเลยแล้ว แต่จำเลยไม่ก่อสร้างอาคารชุดให้แล้วเสร็จภายในกำหนดระยะเวลาตามสัญญา ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย โจทก์จึงบอกเลิกสัญญา ขอให้บังคับจำเลยคืนเงินและชำระค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยให้แก่โจทก์
จำเลยให้การต่อสู้คดีหลายประการ ขอให้ยกฟ้อง
จำเลยยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่
พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภค ตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่า จำเลยประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และทำสัญญาจะซื้อจะขายห้องชุดให้แก่โจทก์ตามทางการค้าปกติของตน จำเลยจึงเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ ส่วนโจทก์เป็นบุคคลธรรมดาทำสัญญาจะซื้อจะขายห้องชุดกับจำเลยเพียง ๑ ห้อง แม้จำเลยจะอ้างว่าโจทก์ซื้อห้องชุดเพื่อการลงทุนโดยตกลงให้จำเลยนำห้องชุดออกให้เช่าในลักษณะของโรงแรม แต่ไม่ปรากฏว่าโจทก์ประกอบธุรกิจให้เช่าห้องชุด พฤติการณ์แห่งคดีในชั้นนี้ฟังไม่ได้ว่าโจทก์แสวงประโยชน์โดยตรงทางธุรกิจจากห้องชุดอีกต่อหนึ่ง ทั้งมูลคดีที่โจทก์อ้างก็สืบเนื่องจากจำเลยไม่ก่อสร้างอาคารชุดให้แล้วเสร็จภายในกำหนดระยะเวลาตามสัญญา โจทก์จึงอยู่ในฐานะผู้บริโภคตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยในมูลสัญญาจะซื้อจะขายห้องชุด จึงเป็นคดีผู้บริโภค ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑มาตรา ๓ (๑)
วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภค
(นางสุวิชา นาควัชระ)
ประธานศาลอุทธรณ์