ค้นหาคำวินิจฉัย

คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์     นายร.                                             โจทก์

ที่ ๑๒๕/๒๕๖๗                             บริษัทบ. จำกัด (มหาชน)                      จำเลย

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์กับพวกเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาของธนาคารท. จำกัด(มหาชน) ศาลแพ่งมีคำสั่งอนุญาตให้จำเลยเข้าสวมสิทธิเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาแทนแล้วคดีอยู่ระหว่างการบังคับคดีโจทก์กับพวกทำสัญญาปรับปรุงโครงสร้างหนี้กับจำเลยและโจทก์กับพวกปฏิบัติตามเงื่อนไขครบถ้วนแล้ว โจทก์กับพวกจึงไม่มีภาระหนี้กับจำเลยอีกต่อไป จำเลยซึ่งมีหน้าที่แถลงให้เจ้าพนักงานบังคับคดีทราบว่าโจทก์กับพวกไม่มีภาระหนี้กับจำเลย แต่จำเลยกลับไม่ดำเนินการและยินยอมให้เจ้าพนักงานบังคับคดีจัดทำบัญชีรับจ่ายระบุว่า โจทก์กับพวกมีหนี้ค้างชำระ ๑๐,๕๒๕,๘๐๗.๕๐ บาท อันเป็นความเท็จและเป็นการกระทำละเมิดแก่โจทก์ ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับจำเลยชำระค่าเสียหาย ๑๐,๕๒๕,๘๐๗.๕๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์

จำเลยให้การต่อสู้คดีหลายประการ ขอให้ยกฟ้อง

จำเลยยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่

พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่า ธนาคารท. จำกัด (มหาชน) ประกอบการธนาคารพาณิชย์และให้โจทก์กู้ยืมเงินโดยเรียกดอกเบี้ยเป็นค่าตอบแทนตามทางการค้าปกติของตน จึงอยู่ในฐานะผู้ให้บริการและเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ จำเลยประกอบกิจการบริหารสินทรัพย์รับโอนสิทธิเรียกร้องในมูลหนี้และหลักประกันจากธนาคารท. จำกัด (มหาชน) จึงสืบสิทธิและอยู่ในฐานะผู้ให้บริการและเป็นผู้ประกอบธุรกิจเช่นเดียวกัน แต่มูลคดีที่โจทก์อ้างสืบเนื่องจากจำเลยยินยอมให้เจ้าพนักงานบังคับคดีทำบัญชีรับจ่ายว่าโจทก์มีภาระหนี้ค้างชำระอันเป็นความเท็จอันเป็นขั้นตอนการบังคับคดีตามที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งบัญญัติไว้หาใช่เป็นการให้บริการใด ๆ แก่โจทก์ไม่ เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระค่าเสียหาย จึงมิใช่คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) ทั้งไม่เข้าเกณฑ์เป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๓ (๒) ถึง ๓ (๔)

วินิจฉัยว่าไม่เป็นคดีผู้บริโภค

(นางสุวิชา  นาควัชระ)

ประธานศาลอุทธรณ์