ค้นหาคำวินิจฉัย

คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์        นิติบุคคลอาคารชุด อ.                                โจทก์

ที่  ๑๑๐/๒๕๖๘                            บริษัทซ. จำกัด                                       จำเลย                                         

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลอาคารชุด มีวัตถุประสงค์จัดการและดูแลทรัพย์ส่วนกลาง และมีอำนาจกระทำการใด ๆ เพื่อประโยชน์ตามวัตถุประสงค์ จำเลยประกอบกิจการรับจ้างบริหารอาคารชุด โจทก์ว่าจ้างจำเลยบริหารอาคารชุดของโจทก์
ตกลงชำระค่าจ้างตามอัตราที่กำหนดไว้ในสัญญา ภายหลังสัญญาจ้างสิ้นสุดลง โจทก์ว่าจ้างผู้บริหารอาคารชุดรายใหม่ แต่จำเลยไม่ส่งมอบงานให้เป็นไปตามสัญญาและมาตรฐานการบริหารจัดการทรัพย์สิน งานระบบต่าง ๆ ของอาคารชุดที่อยู่ในความรับผิดชอบของจำเลยพบความชำรุดบกพร่องไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติ โจทก์แจ้งให้จำเลยแก้ไขซ่อมแซมและชำระค่าเสียหาย แต่จำเลยแจ้งว่าจะชำระค่าใช้เสียหายให้โจทก์เพียงบางส่วน ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย
ขอให้บังคับจำเลยชำระค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์

จำเลยให้การต่อสู้คดีหลายประการ ขอให้ยกฟ้อง

จำเลยยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า เป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่

พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่า จำเลยประกอบกิจการบริหารจัดการอาคารชุดและรับจ้างโจทก์บริหารจัดการอาคารชุด โดยเรียกค่าจ้างเป็นค่าตอบแทนตามทางการค้าปกติของตน จำเลยจึงอยู่ในฐานะผู้ให้บริการและเป็นผู้ประกอบธุรกิจตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ ส่วนโจทก์เป็นนิติบุคคลอาคารชุดมีวัตถุประสงค์เพื่อจัดการ และดูแลรักษาทรัพย์ส่วนกลาง และโจทก์อาจใช้สิทธิของเจ้าของร่วมครอบไปถึงทรัพย์ส่วนกลางทั้งหมด ในการต่อสู้บุคคลภายนอก หรือเรียกร้องเอาทรัพย์สินคืน เพื่อประโยชน์เจ้าของร่วมทั้งหมดได้ตามพระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓๓ วรรคสอง และมาตรา ๓๙ ดังนี้ การฟ้องเรียกค่าเสียหายจึงเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของโจทก์และเป็นการกระทำเพื่อเจ้าของร่วม ถือได้ว่าโจทก์มีฐานะเป็นผู้บริโภคตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระค่าเสียหายอันมีมูลจากสัญญาจ้างทำของ จึงเป็นคดีผู้บริโภคตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑)

                   วินิจฉัยว่า เป็นคดีผู้บริโภค

(นายอดิศักดิ์   ตันติวงศ์)
ประธานแผนกคดีภาษีอากรในศาลฎีกา
ช่วยทำงานชั่วคราวในตำแหน่งประธานศาลอุทธรณ์