คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ นายก. ในฐานะผู้จัดการมรดกของนายธ. โจทก์
ที่ ๑๓๐/๒๕๖๗ นางสายส. ที่ ๑ กับพวกรวม ๒ คน จำเลย
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองทำสัญญากู้ยืมเงินจากธ. จำนวน ๑๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท ตกลงชำระดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๑๕ ต่อปี โดยจำเลยทั้งสองจดทะเบียนจำนองที่ดินเป็นประกันการชำระหนี้ ภายหลังทำสัญญาจำเลยทั้งสองผิดนัด ต่อมานายธ. ถึงแก่ความตาย โจทก์ในฐานะทายาทโดยธรรมและผู้จัดการมรดกของนายธ. ทวงถามให้จำเลยทั้งสองชำระหนี้และบอกกล่าวบังคับจำนองแล้ว แต่จำเลยทั้งสองเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองชำระหนี้พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ และบังคับจำนอง
จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่
พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตาม มาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ โจทก์อ้างตามคำฟ้องว่านายธ. ให้จำเลยทั้งสองกู้ยืมเงิน แม้มีการเรียกดอกเบี้ยเป็นค่าตอบแทนแต่จากการตรวจสอบของเจ้าพนักงานคดีศาลแพ่งกรุงเทพใต้ ไม่ปรากฏว่านายธ.เคยยื่นฟ้องบุคคลอื่นในมูลให้กู้ยืมเงิน พฤติการณ์แห่งคดีในชั้นนี้ฟังไม่ได้ว่า นายธ. ให้จำเลยทั้งสองกู้ยืมเงินโดยเรียกดอกเบี้ยเป็นค่าตอบแทนตามทางการค้าปกติของตน นายธ.จึงไม่อยู่ในฐานะผู้ให้บริการและไม่เป็นผู้ประกอบธุรกิจ นายธ.และจำเลยทั้งสองจึงไม่มีนิติสัมพันธ์ในฐานะผู้ประกอบธุรกิจและผู้บริโภคต่อกัน ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ เมื่อโจทก์ในฐานะทายาทโดยธรรมและผู้จัดการมรดกของนายธ.ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองในมูลกู้ยืมเงินและบังคับจำนอง จึงมิใช่คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) ทั้งไม่เข้าเกณฑ์เป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๓ (๒) ถึง ๓ (๔)
วินิจฉัยว่าไม่เป็นคดีผู้บริโภค
(นางสุวิชา นาควัชระ)
ประธานศาลอุทธรณ์