คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ นางสาวส. ที่ ๑ กับพวกรวม ๒ คน โจทก์
ที่ ๑๓๖/๒๕๖๗ บริษัทส. จำกัด จำเลย
โจทก์ทั้งสองฟ้องว่า จำเลยประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โจทก์ทั้งสองทำสัญญาจะซื้อจะขายห้องชุดในโครงการ น. กับจำเลย ๑ ห้อง โจทก์ทั้งสองชำระเงินค่าห้องชุดบางส่วนให้แก่จำเลยตามสัญญาแล้วแต่โจทก์ทั้งสองไม่ได้รับอนุมัติสินเชื่อจากธนาคารเพื่อชำระค่าห้องชุดส่วนที่เหลือ โจทก์ทั้งสองจึงไม่อาจรับโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดได้โจทก์ทั้งสองจึงบอกเลิกสัญญาและเรียกให้จำเลยคืนเงิน แต่จำเลยเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยคืนเงินพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทกทั้งสอง
จำเลยให้การต่อสู้คดีหลายประการและให้การว่า โจทก์ทั้งสองซื้อห้องชุดเพื่อการลงทุน คดีนี้ไม่เป็นคดีผู้บริโภค ขอให้ยกฟ้อง
จำเลยยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่
โจทก์ทั้งสองยื่นคำคัดค้านว่าคดีนี้เป็นคดีผู้บริโภค
พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙หรือตามกฎหมายอื่นกับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่า จำเลยประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และทำสัญญาจะขายห้องชุดแก่โจทก์ทั้งสองตามทางการค้าปกติของตน จำเลยจึงเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ ส่วนโจทก์ทั้งสองเป็นบุคคลธรรมดาทำสัญญาจะซื้อห้องชุดจากจำเลยเพียง ๑ ห้อง แม้จำเลยอ้างว่าโจทก์ทั้งสองทำสัญญาจะซื้อจะขายห้องชุดกับจำเลยเพื่อแสวงหากำไร แต่ไม่ปรากฏว่าโจทก์ทั้งสองประกอบธุรกิจซื้อขายห้องชุด พฤติการณ์แห่งคดีในชั้นนี้ฟังไม่ได้ว่า โจทก์ทั้งสองแสวงประโยชน์โดยตรงทางธุรกิจจากห้องชุดตามฟ้อง โจทก์ทั้งสองจึงอยู่ในฐานะผู้บริโภคตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว เมื่อโจทก์ทั้งสองฟ้องขอให้บังคับจำเลยในมูลสัญญาจะซื้อจะขายห้องชุด จึงเป็นคดีผู้บริโภค ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑)
วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภค
(นางสุวิชา นาควัชระ)
ประธานศาลอุทธรณ์