คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ นาง ก. โจทก์
ที่ ๒๔/๒๕๖๗ นาย ส. จำเลย โจทก์ฟ้องว่า จำเลยประกอบอาชีพรับเหมาก่อสร้าง โจทก์ทำสัญญาว่าจ้างจำเลยก่อสร้างบ้านพักอาศัย สระว่ายน้ำและร้านอาหาร ตกลงค่าจ้าง ๙,๕๐๐,๐๐๐ บาท แบ่งชำระค่าจ้างเป็น ๘ งวด ภายหลังทำสัญญาจำเลยทำงานที่รับจ้างแล้วเสร็จและขอเบิกเงินค่าจ้างงวดสุดท้าย แต่โจทก์ตรวจสอบพบว่าจำเลยก่อสร้างบ้านพักอาศัย สระว่ายน้ำและร้านอาหารชำรุดบกพร่องหลายรายการ ก่อสร้างผิดไปจากแบบตามที่ตกลงกัน ใช้วัสดุอุปกรณ์ไม่ได้มาตรฐานและใช้แรงงานที่ไม่มีความชำนาญในการทำงาน ทำให้บ้านพักอาศัยรวมถึงสระว่ายน้ำทรุดตัว โจทก์แจ้งให้จำเลยแก้ไขแล้ว แต่จำเลยเพิกเฉย โจทก์จึงว่าจ้างบุคคลภายนอกดำเนินการการกระทำของจำเลยทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย โจทก์ทวงถามให้จำเลยชำระค่าเสียหายแล้ว แต่จำเลยเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยคืนเงินค่าจ้างและชำระค่าเสียหายรวม ๒๗,๓๑๒,๕๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์
จำเลยให้การต่อสู้คดีหลายประการ ขอให้ยกฟ้อง และฟ้องแย้งว่าจำเลยประกอบอาชีพรับเหมาก่อสร้างมากว่า ๒๐ ปี จำเลยไม่ได้ทำงานที่รับจ้างชำรุดบกพร่องขอให้บังคับโจทก์ชำระค่าจ้างที่ค้างพร้อมดอกเบี้ยแก่จำเลย
ศาลจังหวัดระยองส่งคดีให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่
พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่า จำเลยประกอบอาชีพรับเหมาก่อสร้าง จำเลยรับจ้างโจทก์ก่อสร้างบ้านพักอาศัย สระว่ายน้ำ และร้านอาหารโดยเรียกค่าจ้างเป็นค่าตอบแทนตามทางการค้าปกติของตน จำเลยจึงอยู่ในฐานะผู้ให้บริการและเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ ส่วนโจทก์ซึ่งเป็นผู้ว่าจ้างและงานที่ว่าจ้างเป็นบ้านพักอาศัยและสระว่ายน้ำ แม้จะมีส่วนหนึ่งเป็นร้านอาหารก็เป็นการใช้ประโยชน์ด้วยตนเองในการประกอบอาชีพและไม่ปรากฏว่าเป็นกิจการขนาดใหญ่ โจทก์จึงอยู่ในฐานะผู้รับบริการและเป็นผู้บริโภคตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยในมูลสัญญาจ้างทำของ จึงเป็นคดีผู้บริโภค ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) สำหรับฟ้องแย้งของจำเลยซึ่งยื่นภายหลังที่มีการฟ้องคดีนี้เป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๒๑
วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภค
(นางสุวิชา นาควัชระ)
ประธานแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศในศาลฎีกา
ช่วยทำงานชั่วคราวในตำแหน่งประธานศาลอุทธรณ์