คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ นางสาวน. โจทก์
ที่ ๑๔๓/๒๕๖๗ บริษัทบ. จำกัด จำเลย
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โจทก์ทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินพร้อมทาวน์เฮ้าส์ในโครงการ ว. กับจำเลย ๑ หลัง ภายหลังทำสัญญาพนักงานของจำเลยได้ขอให้โจทก์ลงลายมือชื่อในในหนังสือมอบอำนาจเพื่อให้จำเลยนำไปดำเนินการต่อโดยจำเลยต้องแจ้งให้โจทก์ทราบล่วงหน้าก่อน ต่อมาจำเลยได้ดำเนินการซื้อขายและจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพร้อมทาวน์เฮ้าส์ดังกล่าวให้แก่โจทก์และจดทะเบียนจำนองกับธนาคารก. จำกัด (มหาชน) ทั้งที่ยังไม่มีการแจ้งให้โจทก์ทราบล่วงหน้าและโจทก์ยังไม่ได้ตรวจสอบความเรียบร้อยของทาวน์เฮ้าส์ก่อนรับมอบ จากนั้นโจทก์ว่าจ้างบริษัทรับตรวจบ้านตรวจสอบทาวน์เฮ้าส์ดังกล่าวพบว่ามีสภาพชำรุดบกพร่องหลายรายการไม่มีความปลอดภัยที่จะเข้าอยู่อาศัย โจทก์แจ้งให้จำเลยแก้ไขแล้วแต่จำเลยไม่สามารถแก้ไขได้ ภายหลังโจทก์ตรวจสอบพบว่าจำเลยไม่มีอำนาจในการจัดสรรที่ดินและปลูกสร้างอาคารบนที่ดินดังกล่าวการกระทำของจำเลยเป็นการผิดสัญญา ทั้งยังปิดบังข้อเท็จจริง ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้จำเลยชำระค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์และจดทะเบียนเพิกถอนหนังสือสัญญาขายที่ดินพร้อมทาวน์เฮ้าส์แล้วรับโอนที่ดินพร้อมทาวน์เฮ้าส์ตามฟ้องคืนจากโจทก์ หากไม่ไปดำเนินการให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา
จำเลยให้การต่อสู้คดีหลายประการ ขอให้ยกฟ้อง
จำเลยยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่
พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่า จำเลยประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินพร้อมทาวน์เฮ้าส์ให้แก่โจทก์ตามทางการค้าปกติของตนจำเลยจึงเป็นผู้ประกอบธุรกิจตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้ม ครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ ส่วนโจทก์เป็นบุคคลธรรมดาทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินพร้อมทาวน์เฮ้าส์เพื่ออยู่อาศัย โดยไม่ปรากฏว่าโจทก์แสวงประโยชน์โดยตรงทางธุรกิจอีกต่อหนึ่ง โจทก์จึงเป็นผู้บริโภคตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยในมูลสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินพร้อมทาวน์เฮ้าส์ จึงเป็นคดีผู้บริโภค ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑)
วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภค
(นางสุวิชา นาควัชระ)
ประธานศาลอุทธรณ์