ค้นหาคำวินิจฉัย

คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์           นางสาวฉ.                              โจทก์

ที่  ๑๔๕/๒๕๖๗                                  บริษัทฮ. จำกัด                                  จำเลย

    โจทก์ฟ้องว่า จำเลยประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โจทก์ทำสัญญาจะซื้อจะขายห้องชุดในโครงการ ว. กับจำเลย ๑ ห้อง โจทก์ชำระเงินบางส่วนให้แก่จำเลยตามสัญญาแล้ว แต่จำเลยไม่ก่อสร้างห้องชุดให้เสร็จและไม่โอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดให้แก่โจทก์ภายในกำหนดเวลาตามสัญญาทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย โจทก์จึงบอกเลิกสัญญา ขอให้บังคับจำเลยคืนเงินค่าห้องชุดและชำระค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์

                      จำเลยให้การต่อสู้คดีหลายประการและให้การว่า โจทก์ทำสัญญากับจำเลยโดยมีข้อตกลงตามแผนธุรกิจว่า จำเลยจะชำระผลตอบแทนการเช่าให้แก่โจทก์ตามอัตราที่กำหนดไว้ในสัญญานับแต่วันจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุด คดีนี้ไม่เป็นคดีผู้บริโภค ขอให้ยกฟ้อง

                   จำเลยยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่

                    โจทก์ยื่นคำคัดค้านว่าคดีนี้เป็นคดีผู้บริโภค

                    พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตราคดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตาม มาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่า จำเลยประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และทำสัญญาจะขายห้องชุดแก่โจทก์ตามทางการค้าปกติของตนจำเลยจึงเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ ส่วนโจทก์ผู้จะซื้อนั้นเป็นบุคคลธรรมดา ทำสัญญาจะซื้อจะขายห้องชุดจากจำเลยเพียง ๑ ห้อง แม้มีข้อตกลงรับประกันผลตอบแทนจากการที่ให้จำเลยนำห้องชุดออกให้บุคคลทั่วไปเช่าก็ถือเป็นวิธีการขายห้องชุดของจำเลยให้ได้จำนวนมาก เมื่อไม่ปรากฏว่าโจทก์ประกอบธุรกิจให้เช่าห้องชุด พฤติการณ์แห่งคดีในชั้นนี้ฟังไม่ได้ว่า โจทก์แสวงประโยชน์โดยตรงทางธุรกิจอีกต่อหนึ่ง ทั้งมูลคดีที่โจทก์อ้างก็สืบเนื่องจากจำเลยไม่ก่อสร้างห้องชุดให้เสร็จและไม่โอนกรรมสิทธิ์ให้แก่โจทก์ภายในกำหนดเวลาตามสัญญา โจทก์จึงอยู่ในฐานะผู้บริโภคตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยในมูลสัญญาจะซื้อจะขาย จึงเป็นคดีผู้บริโภคตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑)

                              วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภค

                   (นางสุวิชา   นาควัชระ)

                  ประธานศาลอุทธรณ์