ค้นหาคำวินิจฉัย

คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์          นายฌ. ที่ ๑ กับพวกรวม ๒ คน                      โจทก์

ที่  ๑๔๖/๒๕๖๗                                 บริษัทว. จำกัด                                    จำเลย

                       โจทก์ทั้งสองฟ้องว่า จำเลยประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โจทก์ทั้งสองทำสัญญาจะซื้อจะขายห้องชุดในโครงการอาคารชุด น. กับจำเลย ๓ ห้อง มีข้อตกลงว่าหากโจทก์ทั้งสองชำระค่าห้องชุดครบถ้วนก่อนที่จะก่อสร้างอาคารชุดแล้วเสร็จ จำเลยจะคืนเงินให้ในอัตราร้อยละ ๑๐ ต่อปี ของราคาห้องชุดจนกว่าจะก่อสร้างเสร็จ เมื่อก่อสร้างเสร็จจำเลยตกลงชำระเงินค่ารับประกันการเช่าให้แก่โจทก์ทั้งสองตามอัตราที่กำหนดไว้ และมีข้อตกลงรับซื้อห้องชุดคืนในราคาเดิม ภายหลังทำสัญญาโจทก์ทั้งสองชำระค่าห้องชุดให้แก่จำเลยครบถ้วนแล้ว แต่จำเลยไม่โอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดทั้งสามห้องและไม่ชำระเงินค่ารับประกันการเช่าให้แก่โจทก์ทั้งสองตามสัญญาทำให้โจทก์ทั้งสองได้รับความเสียหายโจทก์ทั้งสอง จึงบอกเลิกสัญญา ขอให้บังคับจำเลยคืนเงินและชำระค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ทั้งสอง

                        จำเลยยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่

                         พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตราคดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑)คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตาม มาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ จทก์ทั้งสองอ้างตามคำฟ้องว่า จำเลยประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และทำสัญญาจะซื้อจะขายห้องชุดแก่โจทก์ทั้งสองตามทางการค้าปกติของตน จำเลยจึงเป็นผู้ประกอบธุรกิจตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ ส่วนโจทก์ทั้งสองซึ่งเป็นผู้จะซื้อนั้นเป็นชาวต่างชาติ ไม่มีภูมิลำเนาอยู่ในราชอาณาจักรไทย โจทก์ทั้งสองทำสัญญาจะซื้อจะขายห้องชุด ๓ ห้อง และได้ความตามคำร้องขอให้วินิจฉัยพร้อมเอกสารแนบท้ายว่า โจทก์ทั้งสองทำสัญญาจะซื้อจะขายห้องชุดในโครงการอื่นจากบริษัทในเครือเดียวกันกับจำเลยอีก ๒ ห้อง รวมเป็นห้องชุด ๕ ห้อง เกินกว่าความจำเป็นในการอยู่อาศัย เมื่อมีข้อตกลงคืนเงินก่อนก่อสร้างเสร็จ ข้อตกลงชำระเงินค่ารับประกันการเช่า และข้อตกลงรับซื้อห้องชุดคืนในราคาเดิม พฤติการณ์แห่งคดีในชั้นนี้ส่อแสดงว่า โจทก์ทั้งสองแสวงประโยชน์โดยตรงทางธุรกิจจากห้องชุดอีกต่อหนึ่ง โจทก์ทั้งสองจึงมิใช่ผู้บริโภค แต่อยู่ในฐานะผู้ประกอบธุรกิจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าวเช่นเดียวกัน เมื่อโจทก์ทั้งสองฟ้องขอให้บังคับจำเลยในมูลสัญญาจะซื้อจะขายห้องชุด จึงมิใช่คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) ทั้งไม่เข้าเกณฑ์เป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๓ (๒) ถึง ๓ (๔)

                        วินิจฉัยว่าไม่เป็นคดีผู้บริโภค

                 (นางสุวิชา   นาควัชระ)

                ประธานศาลอุทธรณ์