ค้นหาคำวินิจฉัย

คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์         นางน. ที่ ๑ กับพวกรวม ๒ คน                              โจทก์

ที่  ๑๕๔/๒๕๖๗                                 นางสาวพ. ที่ ๑ กับพวกรวม ๖ คน                        จำเลย 

                 โจทก์ทั้งสองฟ้องว่า โจทก์ทั้งสองเป็นมารดาและบิดาโดยชอบด้วยกฎหมายของเด็กหญิงช. (ผู้ตาย) จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ เป็นบิดามารดาและเป็นผู้แทนโดยชอบธรรมของจำเลยที่ ๑ ส่วนจำเลยที่ ๕ และที่ ๖ เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทมหาชนจำกัดต่างประกอบกิจการประกันภัย โดยจำเลยที่ ๕ รับประกันภัยรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน หมายเลขตัวถัง MLHIA xxxx P xxxxxxxx จำเลยที่ ๖ รับประกันภัยรถยนต์ หมายเลขทะเบียน ผษ xxxx นครราชสีมา ในวันเกิดเหตุจำเลยที่ ๑ ขับรถจักรยานยนต์ที่จำเลยที่ ๕ รับประกันภัยไว้โดยได้รับความยินยอมจากผู้เอาประกันภัยมีเด็กหญิงพ. และเด็กหญิงช.นั่งซ้อนท้ายไปตามถนนมิตรภาพจากทางด้านสถานีไฟฟ้าแรงสูงนครราชสีมา มุ่งหน้าอำเภอเมืองนครราชสีมา เมื่อถึงที่เกิดเหตุ  บริเวณหน้าร้านอ. จำเลยที่ ๑ เปลี่ยนทางจากไหล่ทางไปช่องเดินรถที่ ๑ นับจากไหล่ทางด้านซ้ายด้วยความประมาทปราศจากความระมัดระวังไม่สังเกตุว่ามีจำเลยที่ ๔ ขับรถยนต์ที่จำเลยที่ ๖ รับประกันภัยไว้ตามหลังมาในทิศทางเดียวกันด้วยเร็ว เป็นเหตุให้เฉี่ยวชนกัน ทำให้เด็กหญิงพ.ได้รับบาดเจ็บและเด็กหญิงช.ถึงแก่ความตายโจทก์ทั้งสองได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับจำเลยทั้งหกร่วมกันชำระค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ทั้งสอง

                  ศาลจังหวัดนครราชสีมาส่งคดีให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่

พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ และ (๓) คดีแพ่งที่เกี่ยวพันกันกับคดีตาม (๑) โจทก์ทั้งสองอ้างตามคำฟ้องว่า จำเลยที่ ๕ ประกอบกิจการประกันภัยและรับประกันภัยรถจักรยานยนต์คันที่จำเลยที่ ๑ ขับ โดยเรียกค่าเบี้ยประกันภัยเป็นค่าตอบแทนตามทางการค้าปกติของตน จำเลยที่ ๕ จึงอยู่ในฐานะผู้ให้บริการและเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ โดยมีผู้เอาประกันภัยเป็นผู้รับบริการและเป็นผู้บริโภค จำเลยที่ ๑ ขับรถจักรยานยนต์โดยได้รับความยินยอมจากผู้เอาประกันภัย มีเด็กหญิงช. นั่งโดยสารแม้มิได้เป็นผู้ชำระค่าเบี้ยประกันภัยแต่ได้รับการคุ้มครองตามกรมธรรม์ประกันภัยจึงเป็นผู้รับบริการ และเป็นผู้บริโภคด้วยเช่นกัน เมื่อเด็กหญิงช. ถึงแก่ความตายจากเหตุรถชนกันตามฟ้อง โจทก์ทั้งสองเป็นทายาทโดยธรรมของเด็กหญิงช. จึงสืบสิทธิและอยู่ในฐานะผู้บริโภคเช่นเดียวกัน และเมื่อโจทก์ทั้งสองฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ ๕ ชำระค่าเสียหายอันมีมูลจากสัญญาประกันภัย จึงเป็นคดีผู้บริโภค ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) สำหรับจำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๔ และที่ ๖ ซึ่งโจทก์ทั้งสองฟ้องให้ร่วมรับผิดกับจำเลยที่ ๕ รวมกันมาในคดีนี้นั้น ถือเป็นคดีแพ่งที่เกี่ยวพันกัน จึงเป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๓ (๓)

                    วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภค

(นางสุวิชา   นาควัชระ)

ประธานศาลอุทธรณ์