ค้นหาคำวินิจฉัย

คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์            ว่าที่ร้อยตรี ร                                โจทก์

 ที่๑๖๑/๒๕๖๗                                     บริษัท ก  ที่ ๑ กับพวกรวม ๒ คน   จำเลย

                  โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองประกอบกิจการประกันภัย โจทก์เอาประกันภัยภาคบังคับรถจักรยานยนต์ ไว้กับจำเลยที่ ๑ ส่วนจำเลยที่ ๒ เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทมหาชนจำกัดและเป็นผู้รับประกันภัยภาคบังคับและภาคสมัครใจรถยนต์ดังกล่าว ระหว่างระยะเวลาคุ้มครองตามกรมธรรม์ประกันภัย นางสาว ช ขับรถยนต์คันที่จำเลยที่ ๒ รับประกันภัยโดยได้รับความยินยอมจากผู้เอาประกันภัย เมื่อถึงที่เกิดเหตุบริเวณหน้าโรงพยาบาลนางสาว ช ขับรถยนต์ดังกล่าวด้วยความประมาทปราศจากความระมัดระวังเลี้ยวเข้าโรงพยาบาลตัดหน้ารถจักรยานยนต์ของโจทก์ เป็นเหตุให้รถเฉี่ยวชนกัน ทำให้โจทก์ได้รับบาดเจ็บและรถจักรยานยนต์ของโจทก์เสียหาย โจทก์เรียกร้องให้จำเลยทั้งสองชำระค่าสินไหมทดแทนตามสัญญาประกันภัยแล้ว แต่จำเลยทั้งสองเพิกเฉย ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองชำระ ค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์

                  จำเลยทั้งสองให้การต่อสู้คดีหลายประการ โดยจำเลยที่ 2 ให้การว่า คดีนี้ไม่เป็นคดีผู้บริโภค ขอให้ยกฟ้อง

                 จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่

               พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตราคดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่นกับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ และ (๓) คดีแพ่งที่เกี่ยวพันกันกับคดีตาม (๑) ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่า จำเลยทั้งสองประกอบธุรกิจประกันภัย จำเลยที่รับประกันภัยรถจักรยานยนต์ของโจทก์โดยเรียกค่าเบี้ยประกันภัยเป็นค่าตอบแทนตามทางการค้าปกติของตน จำเลยที่ ๑ จึงอยู่ในฐานะผู้ให้บริการและเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ ส่วนโจทก์เป็นผู้เอาประกันภัยจึงอยู่ในฐานะผู้รับบริการและเป็นผู้บริโภคตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ ๑ ชำระค่าเสียหายในมูลสัญญาประกันภัย จึงเป็นคดีผู้บริโภค ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) สำหรับจำเลยที่ ๒ ซึ่งโจทก์ฟ้องให้ร่วมรับผิดในฐานะเป็นผู้รับประกันภัยรถยนต์คันที่ก่อเหตุละเมิดนั้น ถือเป็นคดีแพ่งที่เกี่ยวพันกัน จึงเป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๓ (๓)

                 วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภค

 

(นางสุวิชา   นาควัชระ)

ประธานศาลอุทธรณ์