ค้นหาคำวินิจฉัย

วินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์   นาย อ.                            โจทก์

ที่  ๒๑๓/๒๕๖๗                      บริษัท อ. ที่ ๑ กับพวก          จำเลย       

 

         โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ ประกอบกิจการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ มีจำเลยที่ ๒ เป็นกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทน จำเลยทั้งสองร่วมกันโฆษณาชี้ชวนให้ประชาชนลงทุนซื้อหุ้นกู้ของจำเลยที่ ๑ โจทก์ตกลงซื้อหุ้นกู้ของจำเลยที่ ๑ รวม ๒ ครั้ง เป็นเงิน ๓,๖๐๐,๐๐๐ บาท เมื่อครบกำหนดชำระดอกเบี้ย จำเลยที่ ๑ ผิดนัด โจทก์ทวงถามแล้ว แต่จำเลยทั้งสองเพิกเฉย ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองชำระหนี้พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์

                              จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่

                   พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตราคดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ และ (๓) คดีแพ่งที่เกี่ยวพันกันกับคดีตาม (๑) โจทก์อ้างตามคำฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทมหาชนจำกัดจัดตั้งขึ้นเพื่อประกอบกิจการค้าแสวงหากำไร จำเลยที่ ๑ ออกหุ้นกู้เสนอขายแก่ประชาชนเพื่อระดมเงินไปใช้ในการประกอบกิจการตามวัตถุประสงค์ ถือว่าจำเลยที่ ๑ เป็นผู้ให้บริการและเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ ส่วนโจทก์เป็นผู้ซื้อหุ้นกู้ได้รับผลประโยชน์ตอบแทนในรูปดอกเบี้ย ซึ่งเป็นวิธีการออมเงินของประชาชนประเภทหนึ่ง โดยมีผลตอบแทนทำนองเดียวกับการออมเงินประเภทอื่น ไม่ปรากฏว่าโจทก์ดำเนินการเพื่อผู้อื่นอีกต่อหนึ่งโดยได้ผลประโยชน์ตอบแทนหรือมีสิทธิในการเข้าไปดำเนินกิจการของจำเลยที่ ๑ จึงถือว่าโจทก์เป็นผู้รับบริการและเป็นผู้บริโภคตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ ๑ ชำระหนี้ในมูลซื้อขายหุ้นกู้จึงเป็นคดีผู้บริโภคตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) สำหรับจำเลยที่ ๒ ซึ่งโจทก์ฟ้องขอให้ร่วมรับผิดในฐานะกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนจำเลยที่ ๑ นั้น ถือเป็นคดีแพ่งที่เกี่ยวพันกัน จึงเป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๓ (๓)

        วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภค

(นางสุวิชา   นาควัชระ)

ประธานศาลอุทธรณ์