คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ บริษัท ส. จำกัด โจทก์
ที่ ๑๘๐/๒๕๖๗ บริษัท อ. จำกัด ที่ ๑ กับพวก จำเลย
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ประกอบกิจการรับเหมาก่อสร้าง จำเลยที่ ๑ เป็นนิติบุคคคลประเภทบริษัทจำกัดประกอบกิจการค้ารถยนต์ มีจำเลยที่ ๒ เป็นกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทน ส่วนจำเลยที่ ๓ เป็นกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนในขณะทำสัญญาว่าจ้าง จำเลยที่ ๑ ทำสัญญาว่าจ้างโจทก์ก่อสร้างอาคารโชว์รูม ศูนย์ซ่อมสี ที่จอดรถ และงานอื่น ๆ เพื่อใช้ในการประกอบกิจการจำหน่ายรถยนต์ยี่ห้อ อ. ของจำเลยที่ ๑ ตกลงแบ่งชำระค่าจ้างตามงวดงาน โจทก์ทำงานที่รับจ้างและงานเพิ่มเติมแล้วเสร็จส่งมอบให้แก่จำเลยที่ ๑ แล้วแต่จำเลยทั้งสามผิดนัดชำระค่าจ้าง โจทก์ทวงถามแล้ว จำเลยทั้งสามเพิกเฉย ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับจำเลยทั้งสามชำระหนี้พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์
จำเลยทั้งสามให้การต่อสู้คดีหลายประการ ขอให้ยกฟ้อง
จำเลยทั้งสามยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่
พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่า โจทก์ประกอบกิจการรับเหมาก่อสร้างและรับจ้างจำเลยที่ ๑ ก่อสร้างอาคารโชว์รูมและงานอื่น ๆ ตามฟ้องโดยเรียกค่าจ้างเป็นค่าตอบแทนตามทางการค้าปกติของตน โจทก์จึงอยู่ในฐานะผู้ให้บริการและเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ ส่วนจำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็น ผู้ว่าจ้างนั้นเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด จัดตั้งขึ้นเพื่อประกอบการค้าแสวงหากำไร จำเลยที่ ๑ ว่าจ้างโจทก์ก่อสร้างอาคารโชว์รูมและงานอื่น ๆ ตามฟ้องเพื่อใช้ในการประกอบกิจการ อันเป็นการแสวงประโยชน์โดยตรงทางธุรกิจอีกต่อหนึ่ง จำเลยที่ ๑ จึงมิใช่ผู้บริโภค แต่อยู่ในฐานะเป็นผู้ประกอบธุรกิจตามบทบัญญัติดังกล่าวเช่นเดียวกัน เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ ๑ ชำระค่าเสียหายอันมีมูลจากสัญญาจ้างทำของ โดยให้จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ร่วมรับผิดตามฟ้อง จึงมิใช่คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริการ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) ทั้งไม่เข้าเกณฑ์เป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๓ (๒) ถึง ๓ (๔)
วินิจฉัยว่าไม่เป็นคดีผู้บริโภค
(นางสุวิชา นาควัชระ)
ประธานศาลอุทธรณ์