คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ นาง ส. โจทก์
ที่ ๑๘๑/๒๕๖๗ นางสาว ป. จำเลย
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยประกอบธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง โจทก์ทำสัญญาว่าจ้างจำเลยก่อสร้างบ้านพักอาศัยพร้อมสระว่ายน้ำและโรงจอดรถ ลงในที่ดินเดิมที่มีบ้านหลังเก่าของโจทก์ ตกลงค่าจ้าง ๗,๙๔๙,๖๓๒ บาท แบ่งชำระค่าจ้างตามงวดงาน โดยจำเลยตกลงที่จะซื้อบ้านหลังเก่าและรื้อถอนออกไป ภายหลังทำสัญญาโจทก์ชำระค่าจ้างให้แก่จำเลยตามจำนวนที่จำเลยขอเบิก แต่จำเลยรื้อบ้านหลังเก่าแล้วทำงานที่รับจ้างล่าช้าและละทิ้งงาน ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายต้องว่าจ้างผู้รับเหมารายใหม่ดำเนินการแทนและเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ขอให้บังคับจำเลยชำระค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์
จำเลยให้การต่อสู้คดีหลายประการ ขอให้ยกฟ้อง
จำเลยยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่ พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่า จำเลยรับจ้างโจทก์ก่อสร้างบ้านพักอาศัยพร้อมสระว่ายน้ำและโรงจอดรถ อันเป็นการรับจัดทำการงานโดยเรียกค่าตอบแทนเป็นเงินและมิใช่การจ้างแรงงานจึงเป็นการบริการ เมื่อพิจารณาจากลักษณะงานตามสัญญาจ้างและจำนวนเงินค่าจ้าง บ่งชี้ว่าเป็นการทำงานที่ต้องอาศัยความรู้และความชำนาญในการก่อสร้างอย่างผู้มีวิชาชีพโดยเฉพาะ พฤติการณ์แห่งคดีในชั้นนี้เชื่อได้ว่าจำเลยรับจ้างทำงานดังกล่าวตามทางการค้าปกติของตน จำเลยจึงอยู่ในฐานะผู้ให้บริการและเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ ส่วนโจทก์ซึ่งเป็นผู้ว่าจ้างและงานที่ว่าจ้างเป็นบ้านพักอาศัย ไม่ปรากฏว่าโจทก์แสวงประโยชน์โดยตรงทางธุรกิจจากงานที่ว่าจ้างอีกต่อหนึ่ง โจทก์จึงอยู่ในฐานะผู้รับบริการและเป็นผู้บริโภคตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยในมูลสัญญาจ้างทำของ จึงเป็นคดีผู้บริโภคตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑)
วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภค
(นางสุวิชา นาควัชระ)
ประธานศาลอุทธรณ์