ค้นหาคำวินิจฉัย

คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ที่  ๒๑/๒๕๖๗                                                                           

                                                  นายม.                                                                 โจทก์

                                                  บริษัทป. ที่ ๑ กับพวก                                         จำเลย

                 โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายและเป็นผู้จัดการมรดกของนางป. จำเลยที่ ๑ ประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ มีจำเลยที่ ๒ เป็นกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทน เดิมนางป. ทำสัญญาจะซื้อจะขายห้องชุดในโครงการยู แคมปัส คอนโด กับจำเลยที่ ๑ จำนวน ๑ ห้อง โดยชำระเงินบางส่วนให้แก่จำเลยที่ ๑ ตามสัญญาแล้ว ต่อมานางป. ถึงแก่ความตาย โจทก์ตรวจสอบพบว่าจำเลยทั้งสองยังก่อสร้างโครงการอาคารชุดดังกล่าวไม่แล้วเสร็จ โจทก์ทวงถามแล้ว แต่จำเลยทั้งสองเพิกเฉย โจทก์จึงบอกเลิกสัญญา ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองคืนเงินพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์

                    จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่

                   พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓     คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภค ตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ และ (๓) คดีแพ่งที่เกี่ยวพันกันกับคดีตาม (๑) โจทก์อ้างตามคำฟ้องว่า จำเลยที่  ประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และทำสัญญาจะซื้อจะขายห้องชุดให้แก่นางป. ตามทางการค้าปกติของตน จำเลยที่ จึงเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ ส่วนนางป. ซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาทำสัญญาจะซื้อจะขายห้องชุดเพียง ห้อง แม้จำเลยทั้งสองอ้างในคำร้องขอให้วินิจฉัยว่านางป. ทำสัญญาจะซื้อจะขายห้องชุดเพื่อการลงทุน ก็เป็นการคาดการณ์โดยไม่มีพยานหลักฐานอื่นใดสนับสนุน พฤติการณ์แห่งคดีในชั้นนี้ฟังไม่ได้ว่านางป. แสวงประโยชน์โดยตรงทางธุรกิจจากห้องชุดตามฟ้อง ทั้งมูลคดีที่โจทก์อ้างก็สืบเนื่องจากจำเลยทั้งสองไม่ก่อสร้างอาคารชุดให้แล้วเสร็จ นางป. จึงอยู่ในฐานะผู้บริโภคตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว โจทก์เป็นทายาทโดยธรรมและเป็นผู้จัดการมรดกของนางป. จึงสืบสิทธิและอยู่ในฐานะผู้บริโภคเช่นเดียวกัน เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ ๑ ในมูลสัญญาจะซื้อจะขายห้องชุด จึงเป็นคดีผู้บริโภค ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) สำหรับจำเลยที่ ๒ ซึ่งโจทก์ฟ้องให้รับผิดในฐานะกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนจำเลยที่ ๑ นั้น ถือเป็นคดีแพ่งที่เกี่ยวพันกัน จึงเป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๓ (๓)

                 วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภค

 

                                                  (นางสุวิชา   นาควัชระ)

                    ประธานแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศในศาลฎีกา

                                      ช่วยทำงานชั่วคราวในตำแหน่งประธานศาลอุทธรณ์