คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ที่ ๒๒/๒๕๖๗
บริษัทด. โจทก์
บริษัทฟ. จำเลย
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ประกอบกิจการบริหารคลังสินค้าและให้บริการด้านการขนส่ง จำเลยประกอบกิจการขนส่ง โจทก์ทำสัญญาบริการขนส่งกับจำเลยมีข้อตกลงว่าจำเลยมีหน้าที่เตรียมรถบรรทุกประเภทรถลากเพื่อให้บริการขนส่งสินค้าไปยังสถานที่ที่โจทก์กำหนดแล้ว โจทก์จะชำระค่าบริการแก่จำเลย และมีข้อตกลงด้วยว่าหากเกิดความเสียหายแก่ทรัพย์สินของโจทก์และ/หรือบุคคลภายนอกจากการให้บริการตามสัญญา จำเลยยินยอมชำระค่าเสียหายดังกล่าว และโจทก์ตกลงให้จำเลยใช้บัตรเครดิตสตาร์การ์ดของบริษัทช. ในการเติมน้ำมันเชื้อเพลิงรถบรรทุกคันที่จำเลยนำมาใช้ปฏิบัติหน้าที่ตามสัญญาจากสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงคาลเท็กซ์ โดยโจทก์ทำสัญญาค้ำประกันการชำระค่าน้ำมันเชื้อเพลิงกับบริษัทช. มีข้อตกลงว่าโจทก์จะชำระหนี้ตามบัตรเครดิตดังกล่าวให้แก่บริษัทช. ก่อน แล้วไปเรียกเก็บจากจำเลย ภายหลังทำสัญญาจำเลยผิดนัดชำระค่าน้ำมันเชื้อเพลิงและต่อมาเกิดความเสียหายแก่รถพ่วงของโจทก์และสินค้าที่ขนส่ง จำเลยจึงทำสัญญาประนีประนอมยอมความตกลงจะชำระหนี้แก่โจทก์โดยวิธีการผ่อนชำระ แต่จำเลยผิดนัด โจทก์ทวงถามแล้วแต่จำเลยเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์
จำเลยยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่
พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภค ตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ โจทก์อ้างตามคำฟ้องว่า จำเลยประกอบกิจการขนส่งและทำสัญญาบริการขนส่งสินค้ากับโจทก์โดยจำเลยเรียกค่าบริการเป็นค่าตอบแทนตามทางการค้าปกติของตน จำเลยจึงอยู่ในฐานะเป็นผู้ให้บริการและเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ ส่วนโจทก์เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัดจัดตั้งขึ้นเพื่อประกอบกิจการค้าแสวงหากำไร โจทก์ทำสัญญาบริการขนส่งสินค้ากับจำเลยเพื่อประโยชน์ในการประกอบกิจการ อันเป็นการแสวงประโยชน์โดยตรงทางธุรกิจอีกต่อหนึ่ง โจทก์จึงมิใช่ผู้บริโภค แต่อยู่ในฐานะเป็นผู้ประกอบธุรกิจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าวเช่นเดียวกัน เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้อันมีมูลจากสัญญาบริการขนส่งสินค้า จึงมิใช่คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) ทั้งไม่เข้าเกณฑ์เป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๓ (๒) ถึง ๓ (๔)
วินิจฉัยว่าไม่เป็นคดีผู้บริโภค
(นางสุวิชา นาควัชระ)
ประธานแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศในศาลฎีกา
ช่วยทำงานชั่วคราวในตำแหน่งประธานศาลอุทธรณ์