ค้นหาคำวินิจฉัย

คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ นางสาว น.                         โจทก์

ที่  ๒๑๐/๒๕๖๗                       นาย ร.                             จำเลย

                   โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของห้างหุ้นส่วนจำกัด ซ. ประกอบกิจการรับเหมาก่อสร้าง จำเลยชักชวนให้โจทก์ร่วมลงทุนโดยจะให้ค่าตอบแทนอัตราร้อยละ ๑๕ ต่อสามเดือน ของเงินที่นำมาร่วมลงทุน โจทก์ตกลงร่วมลงทุนกับห้างหุ้นส่วนจำกัดดังกล่าว ๓๐๐,๐๐๐ บาท ภายหลังครบกำหนดจำเลยชำระค่าตอบแทนตามอัตราที่กำหนดไว้ให้แก่โจทก์ แต่ไม่คืนเงินลงทุนกลับขอให้ร่วมลงทุนต่อแต่ไม่อาจชำระค่าตอบแทนตามที่ตกลงกัน โจทก์ทวงถามแล้ว ห้างหุ้นส่วนจำกัดดังกล่าวจึงทำหนังสือรับสภาพหนี้ให้ไว้แก่โจทก์ขอผ่อนชำระหนี้ แต่ผิดนัด ปัจจุบันมีสถานะเป็นห้างหุ้นส่วนจำกัดร้าง ขอให้บังคับจำเลยคืนเงินพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์และชำระค่าเสียหายเพื่อการลงโทษ     
                      ศาลแพ่งธนบุรีมีคำสั่งว่า ฟ้องโจทก์เป็นคดีแพ่งทั่วไป จึงให้โจทก์เสียค่าขึ้นศาลภายในกำหนด ๗ วัน แล้วจึงพิจารณาสั่งคำฟ้องโดยอนุโลมให้ใช้คำฟ้องเดิมได้
   
                      โจทก์ยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่
          
              พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการโจทก์อ้างตามคำฟ้องว่า ห้างหุ้นส่วนจำกัด ซ. ประกอบกิจการรับเหมาก่อสร้าง มีจำเลยเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ จำเลยชักชวนให้โจทก์นำเงินไปร่วมลงทุนกับห้างหุ้นส่วนจำกัดดังกล่าวเพื่อนำเงินไปใช้หมุนเวียนในการดำเนินกิจการซึ่งเป็นการดำเนินธุรกิจตามทางการค้าปกติของจำเลย โดยจำเลยได้รับประโยชน์นำเงินไปบริหารจัดการเพื่อผลตอบแทนต่อไป จำเลยจึงอยู่ในฐานะผู้ให้บริการและเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ โจทก์เป็นบุคคลธรรมดา นำเงินออมไปร่วมลงทุนเพื่อให้ได้รับผลตอบแทนโดยไม่ปรากฏว่าเข้าไปมีส่วนร่วมกับจำเลยในการบริหารกิจการของห้างหุ้นส่วนจำกัดดังกล่าว โจทก์จึงเป็นผู้รับบริการและเป็นผู้บริโภคตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว เมื่อโจทก์ขอให้บังคับจำเลยคืนเงินอันมีมูลจากการนำเงินไปร่วมลงทุน จึงเป็นคดีผู้บริโภค ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑)
      
                      วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภค

                                                                (นางสุวิชา   นาควัชระ)            
                                                                 ประธานศาลอุทธรณ์