ค้นหาคำวินิจฉัย

คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์                     นางก.                                           โจทก์

ที่  ๒๓๔/๒๕๖๘                                          นายจ.  กับพวกรวม ๒ คน                    จำเลย

                  โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ว่าจ้างจำเลยทั้งสองรื้อและก่อสร้างปรับปรุงอาคาร โรงจอดรถโกดังเก็บวัสดุ และรั้วในบริเวณบ้านพักอาศัยของโจทก์ที่ได้รับความเสียหายจากการถูกเพลิงไหม้ตกลงค่าจ้าง ๑,๗๐๐,๐๐๐ บาท แบ่งชำระตามงวดงาน โจทก์ชำระค่าจ้างให้แก่จำเลยทั้งสองบางส่วนแล้วโดยโอนเข้าบัญชีธนาคารของจำเลยที่ ๒ แต่จำเลยทั้งสองทำงานที่รับจ้างล่าช้าและละทิ้งงาน โจทก์ให้บุคคลภายนอกตรวจสอบและประเมินปริมาณงานที่จำเลยทั้งสองดำเนินการ พบว่ามีความชำรุดบกพร่องหลายรายการและจำเลยทั้งสองรับเงินค่าจ้างเกินกว่าปริมาณงานก่อสร้าง โจทก์แจ้งให้จำเลยทั้งสองแก้ไขแล้วแต่จำเลยทั้งสองเพิกเฉย ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองคืนเงินพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์

จำเลยที่ ๑ ให้การต่อสู้คดีหลายประการและให้การว่า โจทก์ใช้ประโยชน์จากการงานที่ว่าจ้างเป็นที่ทำการของบริษัทฮ. จำกัด บริษัทท. จำกัด และบริษัทซ. จำกัด และใช้เป็นโกดังเก็บสินค้าของบริษัทดังกล่าว คดีนี้ไม่เป็นคดีผู้บริโภค ขอให้ยกฟ้อง และฟ้องแย้งว่า โจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญา ขอให้บังคับโจทก์ชำระค่าจ้างพร้อมดอกเบี้ยแก่จำเลยที่ ๑

จำเลยที่ ๒ ให้การต่อสู้คดีหลายประการ ขอให้ยกฟ้อง

โจทก์ยื่นคำให้การแก้ฟ้องแย้ง

                   จำเลยที่ ๑ ยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า เป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่

                   โจทก์ยื่นคำคัดค้านว่า คดีนี้เป็นคดีผู้บริโภค

                   พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตราคดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้ความตามคำฟ้อง คำให้การฟ้องแย้ง และคำให้การแก้ฟ้องแย้งว่า จำเลยที่ ๑ ประกอบกิจการรับเหมาก่อสร้างและรับจ้างโจทก์รื้อและก่อสร้างปรับปรุงอาคาร โรงจอดรถ โกดังเก็บวัสดุ และรั้วในบริเวณบ้านพักอาศัยของโจทก์โดยเรียกค่าจ้างเป็นค่าตอบแทนตามทางการค้าปกติของตน จำเลยที่ ๑ จึงอยู่ในฐานะผู้ให้บริการและเป็นผู้ประกอบธุรกิจตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ ส่วนโจทก์ซึ่งเป็นผู้ว่าจ้างนั้น แม้เป็นบุคคลธรรมดาแต่ได้ความว่า โจทก์ยินยอมให้ใช้บ้านพักอาศัยของโจทก์เป็นที่ทำการของบริษัทหลายแห่งซึ่งเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นเพื่อประกอบกิจการค้าแสวงหากำไรและมีบุตรโจทก์เป็นกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทน พฤติการณ์แห่งคดีในชั้นนี้ส่อแสดงว่า การงานที่โจทก์ว่าจ้างจำเลยที่ ๑ เพื่อใช้ในการประกอบกิจการของบริษัทดังกล่าว อันเป็นการแสวงประโยชน์โดยตรงทางธุรกิจอีกต่อหนึ่ง โจทก์จึงมิใช่ผู้บริโภค แต่อยู่ในฐานะผู้ประกอบธุรกิจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าวเช่นเดียวกัน เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ ๑ ในมูลจ้างทำของ โดยให้จำเลยที่ ๒ ร่วมรับผิดตามฟ้อง จึงมิใช่คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) ทั้งไม่เข้าเกณฑ์เป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๓ (๒) ถึง (๔)

                   วินิจฉัยว่า ไม่เป็นคดีผู้บริโภค

(นายอดิศักดิ์   ตันติวงศ์)

ประธานแผนกคดีภาษีอากรในศาลฎีกา

ช่วยทำงานชั่วคราวในตำแหน่งประธานศาลอุทธรณ์