คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ นางสาวล. โจทก์
ที่ ๒๓๓/๒๕๖๘ นายว. จำเลย
โจทก์ฟ้องว่า เดิมโจทก์เป็นกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนและผู้ถือหุ้นของบริษัทช. จำกัด มีวัตถุประสงค์ประกอบกิจการร้านอาหารและจำหน่ายเครื่องดื่ม โจทก์ทำสัญญาโอนหุ้น บันทึกเพิ่มเติมและแก้ไขสัญญาโอนหุ้นของบริษัทช. จำกัด จำนวน ๕,๐๐๐ หุ้น มูลค่า ๕๐๐,๐๐๐ บาท คิดเป็นสัดส่วนการถือหุ้นของบริษัทเป็นอัตราร้อยละ ๕๐ ของหุ้นทั้งหมดให้แก่จำเลย มีข้อตกลงว่าจำเลยจะชำระค่าตอบแทนให้แก่โจทก์ ๑๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท แบ่งชำระเป็น ๓ งวด โจทก์จดทะเบียนแก้ไขเปลี่ยนแปลงการโอนหุ้นลงในสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นของบริษัทและส่งมอบให้จำเลยเป็นผู้ดำเนินกิจการของบริษัทแต่เพียงผู้เดียว แต่จำเลยผิดนัดชำระค่าตอบแทนการโอนหุ้น ขอให้บังคับจำเลยชำระค่าตอบแทนพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์
ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ส่งคดีให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า เป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่
พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ โจทก์อ้างตามคำฟ้องว่า โจทก์เป็นกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนและผู้ถือหุ้นบริษัทช. จำกัด ซึ่งเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นเพื่อประกอบการค้าแสวงหากำไร โจทก์โอนหุ้นของบริษัทดังกล่าวให้แก่จำเลยโดยเรียกค่าตอบแทน ส่วนจำเลยรับโอนหุ้นจากโจทก์เพื่อดำเนินกิจการบริษัทดังกล่าวต่อ โจทก์และจำเลยจึงไม่ใช่ผู้บริโภคและต่างอยู่ในฐานะเป็นผู้ประกอบธุรกิจตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ เช่นเดียวกัน เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระค่าตอบแทนในมูลผิดสัญญาโอนหุ้น จึงมิใช่คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) ทั้งไม่เข้าเกณฑ์เป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๓ (๒) ถึง (๔)
วินิจฉัยว่า ไม่เป็นคดีผู้บริโภค
(นายอดิศักดิ์ ตันติวงศ์)
ประธานแผนกคดีภาษีอากรในศาลฎีกา
ช่วยทำงานชั่วคราวในตำแหน่งประธานศาลอุทธรณ์