ค้นหาคำวินิจฉัย

คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์          นาย ร. ที่ ๑ กับพวก                                           โจทก์

ที่  ๒๓๕/๒๕๖๗                                  บริษัท น. จำกัด                                                  จำเลย   

 

                  โจทก์ทั้งสองฟ้องว่า จำเลยประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โจทก์ทั้งสองทำสัญญาจะซื้อจะขายห้องชุดในโครงการ น. กับจำเลย ๑ ห้อง โดยจำเลยรับประกันชำระผลตอบแทนแก่โจทก์ทั้งสองปีละ ๓๔๓,๐๐๐ บาท จากการนำห้องชุดออกให้เช่า ภายหลังทำสัญญาโจทก์ทั้งสองชำระค่าห้องชุดให้แก่จำเลยครบถ้วนแล้ว แต่จำเลยไม่ก่อสร้างอาคารชุดให้แล้วเสร็จภายในกำหนดเวลาตามสัญญา ต่อมาโจทก์ที่ ๒ ถึงแก่ความตาย มีโจทก์ที่ ๑ เป็นผู้จัดการมรดกตามคำสั่งศาลจังหวัดภูเก็ต การกระทำของจำเลยทำให้โจทก์ทั้งสองได้รับความเสียหาย โจทก์ทั้งสองจึงบอกเลิกสัญญา ขอให้บังคับจำเลยคืนเงินและชำระค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ทั้งสอง

จำเลยให้การต่อสู้คดีหลายประการและให้การว่า โจทก์มิใช่ผู้บริโภค แต่เป็นนักลงทุน ขอให้ยกฟ้อง

จำเลยยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่

พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่า จำเลยประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และทำสัญญาจะซื้อจะขายห้องชุดกับโจทก์ทั้งสองตามทางการค้าปกติของตน จำเลยจึงเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ ส่วนโจทก์ทั้งสองเป็นบุคคลธรรมดาทำสัญญาจะซื้อจะขายห้องชุดเพียง ๑ ห้อง แม้มีข้อตกลงชำระค่าตอบแทนรับประกันการเช่า ก็ถือเป็นวิธีการขายห้องชุดของจำเลยให้ได้จำนวนมาก เมื่อไม่ปรากฏว่าโจทก์ทั้งสองประกอบธุรกิจให้เช่าห้องชุด พฤติการณ์แห่งคดีในชั้นนี้ฟังไม่ได้ว่า โจทก์ทั้งสองแสวงประโยชน์โดยตรงทางธุรกิจจากห้องชุดตามฟ้อง ทั้งมูลคดีที่โจทก์ทั้งสองอ้างก็สืบเนื่องจากจำเลยไม่ก่อสร้างอาคารชุดให้แล้วเสร็จภายในกำหนดเวลาตามสัญญา โจทก์ทั้งสองจึงอยู่ในฐานะผู้บริโภคตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว เมื่อโจทก์ทั้งสองฟ้องขอให้บังคับจำเลยอันมีมูลจากสัญญาจะซื้อจะขายห้องชุดจึงเป็นคดีผู้บริโภค ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑)

วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภค

 

(นางสุวิชา   นาควัชระ)
ประธานศาลอุทธรณ์